วันที่ 24 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น. คณะทำงานติดตามตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลของบริษัทไทยอุตสาหกรรมน้ำตาลจำกัด ประจำฤดูการผลิต 2559/2560 ซึ่งประกอบด้วยตัวแทน 15 หน่วยงานรัฐ นำโดยนางไพรินทร์ กันทะวงษ์ อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานน้ำตาลของบริษัทไทยอุตสาหกรรมน้ำตาลจำกัด ที่ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน หลังจากมีกลุ่มชาวบ้านร่วมกันคัดค้านและร้องเรียนถึงผลกระทบจากโรงงานน้ำตาลฯดังกล่าว พร้อมยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองที่จ.นครสวรรค์ โดยมีผู้จัดการการโรงงานฯพร้อมพนักงานนำคณะทำงานเข้าไปภายในห้องประชุม เพื่อรับฟังบรรยายสรุปถึงการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาผลกระทบต่างๆที่ถูกร้องเรียน
จากนั้นคณะทำงานฯได้แบ่งแยกออกตรวจสอบ อาทิ ชุดตรวจสอบอาคารสถานสถานที่ ชุดตรวจสอบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและชุดตรวจสอบแรงงาน เพื่อโดยเน้นจุดที่ถูกชาวบ้านร้องเรียนถึงปัญหาผลกระทบด้านมลภาวะทั้งน้ำเสีย กลิ่นเหม็น เสียงดังและฝุ่นละอองจากกากอ้อย จากนั้นได้กลับมาสรุปเพื่อชี้แจงทางโรงงานน้ำตาลฯให้ทำการปรุบปรุงแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 60 วัน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 หลังจากนั้นทางคณะทำงานฯจะกลับมาตรวจสอบอีกครั้งหลังครบกำหนด อย่างไรก็ตามก่อนเข้าไปภายในโรงงานน้ำตาลฯ มีพนักงานทำการตรวจเช็คคณะทำงานฯอย่างเข้มงวด โดยมิให้มีบุคคลอื่นเข้าไปภายในโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันในการตรวจสอบของคณะทำงานฯในครั้งนี้ไม่มีสื่อมวลชนร่วมคณะไปแต่อย่างใด
ด้านแหล่งข่าวจากคณะทำงานกล่าวว่า ในการตรวจสอบจะเน้นจุดที่เป็นปัญหาโดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานน้ำตาลฯ ซึ่งพบบ่อบำบัดน้ำเสียด้วยระบบธรรมชาติมีเพียงแค่ 1 บ่อเท่านั้น แถมยังส่งกลิ่นเหม็นจนทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากป้องกันกลิ่น ซึ่งตามข้อกำหนดในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางโรงงานน้ำตาลฯจะต้องมีบ่อบำบัดจำนวน 7 บ่อ โดยทางตัวแทนโรงงานน้ำตาลฯอ้างว่า เป็นโรงงานที่เพิ่งก่อสร้างและเร่งรีบเปิด ทำให้การก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียก่อสร้างเสร็จเพียง 1 บ่อ และรับปากจะเร่งแก้ไขภายใน 60 วัน
“สำหรับปัญหามลภาวะเรื่องฝุ่นละอองทางคณะทำงานฯได้พบเห็นกากอ้อยซึ่งกองสูงจากพื้นกว่า 20 เมตรและกองติดกันจำนวนหลายกอง ในขณะที่มุมด้านทิศตะวันตกมีเพียงแสลนพลาสติกปิดกั้นเพียงฝั่งเดียว ซึ่งมีการท้วงติงว่าไม่สามารถจะป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจายได้ ทางโรงงานน้ำตาลฯอ้างว่าก่อนหน้านี้มีลมพายุเข้าทำให้เกิดฝุ่นกระจายมากกว่าที่คิดไว้ พร้อมรับปากจะแก้ไขโดยการนำแสลนมาปิดกั้นให้รอบถ้ายังมีฝุ่นฟุงกระจายอีก ก็จะนำแผ่นพลาสติกมาปิดคลุมและในอนาคตทางโรงงานชี้แจงว่าจะนำเข้าเมทัลชีดมาปิดกั้นฝุ่นละออง และกากอ้อยเหล่านี้ทางโรงงานยังอ้างด้วยว่าจะถูกทำเป็นเชื้อเพลิงไว้สำหรับใช้ในโรงไฟฟ้าชีวะมวล”แหล่งข่าว กล่าวอีก

แหล่งข่าวรายนี้กล่าวอีกว่า ส่วนมลภาวะเรื่องเสียงดังเนื่องจากทางโรงงานน้ำตาลหยุดการผลิต เครื่องจักรไม่ได้ทำงานทำให้ไม่สามารถประเมินได้ นอกจากนี้ในด้านแรงงานก็มีข้อแนะนำให้ทางโรงงานฯทำให้ถูกกฎหมาย และหากจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าวก็ต้องใบอนุญาตให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นผู้แทนคณะทำงานแต่ละฝ่ายก็ต้องกลับไปสรุปโดยเขียนรายงานนำเสนอต่อหัวหน้าแต่ละหน่วยงาน จากนั้นให้ส่งไปที่อุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อจะสรุปรวบรวมนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
“จากข้อสังเกตุทางโรงงานน้ำตาลฯรู้แนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ทำเสร็จไม่ทำเพราะห่วงกำลังการผลิตมากกว่า”แหล่งข่าวกล่าวย้ำ

