เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นำกำลัง80นาย สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร โดยมี ร.ท.พิพัฒน์ ทันไกร ผบ.หมวด ที่1 ร้อย รส.ป.9 พัน.9 และ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมกำลัง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการ ร้านขำขำ เลขที่ 88/1 ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ

ที่เกิดเหตุ เป็นร้านผับแอนด์เรสเตอรองแบบเปิดโล่ง ตั้งโต๊ะไม้เรียงติดกันจำนวนมาก มีลูกค้าชายหญิง กำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นทางเข้าออกเพื่อตรวจค้นอย่างละเอียด จากการตรวจสอบพบเด็กอายุต่ำกว่า20ปี เข้าไปใช้บริการ86คน โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า18ปี12คน โดยมีนายกฤษฎา พวงมาลี อายุ 27 ปี ชาว กทม. แสดงตัวเป็นผู้ดูแลร้าน จึงคุมตัวไปสวบสวนที่ สน.ภาษีเจริญ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองพบหลักฐานใบทะเบียนพาณิชย์ และใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ระบุชื่อ นางอภิรัตน์ พิมชนก ชาว กทม. เป็นผู้จดทะเบียน นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์บรรจุซองใส1กรัม หลอดดูดตัดสั้น2ชิ้น เตาบารากุ2เตา และอุปกรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างปิดล้อมมีนายชาญ พนักงานเสริฟ ชาวเวียดนาม ปีนขึ้นหลังคาบริเวณโรงครัว แล้ววิ่งบนหลังคาไปยังด้านหลังร้านแล้วกระโดดลงมา เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่จับอลหม่าน แต่นายชาญกระโดดลงบริเวณกอหญ้าและต้นกล้วยที่มีรั้วลวดหนาม จึงได้รับบาดเจ็บที่คิ้วขวามีเลือดไหล จากการตรวจสอบพบว่ามีใบอนุญาตถูกต้อง แต่ด้วยความตกใจจึงปีนหนี ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาปฐมพยาบาลแล้วไปตรวจปัสสาวะที่สน.ภาษีเจริญ

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแฝงตัวเป็นสายลับเข้าตรวจสอบพบว่าร้านขำขำ มีเด็กวัยรุ่นเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่ามีการจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และยังจำหน่ายสุราให้กับเยาวชนที่เข้าไปเที่ยว จึงเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นแจ้งข้อหา 7 ข้อหา 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4.ส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย(จัดโปรโมชั่น) โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายสหการณ์ กล่าวต่อว่า 5.โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 6.ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และ7.ขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคและคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งห้ามจำหน่าย และให้บริการ อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจะได้แจ้งให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งปิดร้านขำขำ เป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 ต่อไป
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เปิดเผยว่า มอบหมายให้พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 ตรวจสอบในเบื้องต้น ก่อนรายงานมายังตนอีกครั้ง
ขณะที่พล.ต.ต.กัมปนาท กล่าวว่า ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้วว่าการตำรวจเจ้าของพื้นที่คือสน.ภาษีเจริญปล่อยปละละเลย ปล่อยให้มีการกระทำความผิดในพื้นที่หรือไม่ ต้องให้เป็นธรรมกับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วย การสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวจะต้องตรวจสอบว่าก่อนหน้านี้สถานบริการดังกล่าวเคยถูกจับกุม ถูกกวดขันหรือไม่ รวมถึงการจับกุมดังกล่าวเป็นการสนธิกำลังหรือเป็นตำรวจเจ้าของพื้นที่ประสานขอกำลังจากกรมการปกครองช่วยจับหรือไม่ มีกำหนดให้พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ปานจันทร์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เป็นผู้ชี้แจงภายในวันที่ 28 มีนาคมนี้ิ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้ตำรวจนายใดช่วยราชการ

