หน้าแรก ในประเทศ อธิบดีกรมบังค...

อธิบดีกรมบังคับคดีสั่งปฏิบัติ ให้ผู้รุกหาดหัวหินจ่ายปรับ หากฝืนเจอยึดทรัพย์

25.03.17 | 15:10 น.

วันที่  25 มีนาคม 2560  นายดุษดี โรจนวิภาต ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี จ.ประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างอาคาร 40 หลัง ริมถนนนเรศดำริห์  บุกรุกชายหาดหัวหิน ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม  เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เปิดเผยว่า  การประชุมคณะกรรมการครั้งล่าสุดนิติกรเทศบาลหัวหินชี้แจงกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดกับผู้บุกรุกชายหาดหลายราย  ตั้งแต่ปี 2557  แต่ขณะนี้ยังไม่มีการรื้อถอนอาคารและไม่ไปชำระค่าปรับที่ศาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดพนักงานอัยการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อออกหมายบังคับคดีเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการบังคับคดี ล่าสุดทราบว่าศาลออกหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2559 แต่ขณะนี้เทศบาลเมืองหัวหินยังไม่มีหนังสือแจ้งถึงสำนักงานบังคับคดีดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

 

นายดุษดี  กล่าวว่า ล่าสุดอธิบดีกรมบังคับคดี ได้โทรศัพท์มาสอบถามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบวิธีปฏิบัติให้ผู้บุกรุกจ่ายค่าปรับตามคำสั่งศาล  เนื่องจากคดีนี้มีอัตราค่าปรับสูง  หลังจากมีการสร้างอาคารบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์ของทางราชการ  แม้ว่าหมายบังคับคดีดังกล่าวมีอายุความนานถึง  10 ปี  ทั้งนี้ หากเทศบาลมีหนังสือมาถึงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทันทีโดยประสานกับสำนักงานบังคับดีหัวหิน หากผู้บุกรุกยังฝ่าฝืนไม่จ่ายค่าปรับ  พนักงานบังคับคดีที่ได้รับมอบอำนาจจากศาล จะทำการปิดหมายที่อาคารทุกหลังตามคำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อทำการยึดทรัพย์ขายทอดตลาดต่อไป   และชี้แจงว่าสำนักงานบังคับคดี  ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้อถอนอาคาร ซึ่งเป็นไปตามอำนาจของนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522

 

ด้านพ.จ.อ.เรืองเดช สิทธิชัย  หัวหน้าฝ่ายนิติกร เทศบาลหัวหิน   รายงานในที่ประชุมคณะกรรมการว่า  ขณะนี้ผู้บุกรุกชายหาด 32 ราย นอกเหนือคำสั่งศาลฎีกา มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งของเทศบาลในการรื้อถอนถึงคณะกรรมการอุทธรณ์ระดับจังหวัด แต่ยังไม่มีการประชุมเพื่อพิจารณา   และบางส่วนมีการรื้อถอนแล้ว  2 หลัง ประกอบด้วยร้านแสงไทยชีฟู้ด ของนายเก้า มงคลฐิติชัย  และนายสุวรรณ  สันติวิกรานนท์  เจ้าของร้านสักผิวหนัง  ส่วนอาคารอีก  6 หลัง ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของเทศบาล   ตามมาตรา 43(2) พรบ.ควบคุมอาคาร  กำหนดให้เทศบาลมีอำนาจในการรื้อถอนอาคารได้เอง โดยเทศบาลจะประสานกับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เพื่อสรุปผลการประมาณการค่าใช้จ่าย  ระยะเวลาในการรื้อถอนซึ่งผู้ครอบครองอาคารจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย  และหากเทศบาลจะเข้ารื้อถอนอาคาร   จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งกับฝ่ายปกครองอำเภอหัวหินเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน สรุปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนดำเนินการรื้อถอนอาคารทั้ง 6 หลัง

Advertisement