ตำรวจคาด เหตุยิงช่าง อาจมาจากชื่อเฟซบุ๊กทำให้เข้าใจผิดว่าเรียนอยู่สถาบันฝ่ายตรงข้าม
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ สน.ธรรมศาลา พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.7 และ สน.ธรรมศาลา ประชุมติดตามความคืบหน้าคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) ใช้อาวุธปืนยิงนายพงศกร หรือเพียว อายุ 29 ปี ช่างซ่อมอาคารย่านสาทร ขณะกำลังขี่ จยย.กลับบ้านพักเสียชีวิตในพงหญ้าข้างบ้านหลังหนึ่ง ซอยบรมราชชนนี 78 แยก 4 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. เหตุเกิดเมื่อ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวภายหลังประชุมกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ว่า หลังเกิดเหตุสั่งการทีมสืบสวนทุกฝ่ายลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวคนร้าย ขณะเดียวกันประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าค้นหาวัตถุพยานทั้งปลอก-หัวกระสุนในที่เกิดเหตุ และสอบถามญาติพี่น้องและเพื่อน จากการตรวจพบหลักฐานบริเวณใต้เบาะรถ จยย.ของผู้เสียชีวิต พบเอกสารแบบฟอร์มการสมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ในระดับปี 1 ภาคพิเศษ สำหรับศิษย์เก่า เมื่อตรวจสอบกับคณาจารย์และระบบของสถาบันดังกล่าวปรากฏว่าไม่พบรายชื่อผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษาในสถาบันดังกล่าวแต่อย่างใด แต่พบว่าเรียนจบการศึกษาระดับอาชีพของสถาบันแห่งหนึ่งในย่านภาษีเจริญ กทม. เมื่อเรียนจบจึงไปทำงานเป็นช่างแอร์ของคอนโดแห่งหนึ่งเป็นเวลากว่า 11 ปี ก่อนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตมีความพยายามที่จะเข้าเรียนในสถาบันเทคโนฯดังกล่าว และมีการเข้า-ออกสถาบันเพื่อไปหารุ่นพี่อยู่ในสถาบันดังกล่าวเป็นประจำตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิตปรากฏว่า ผู้เสียชีวิตใช้โปรไฟล์เฟซบุ๊กว่า “วิศวะฝั่งธน” ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ก่อเหตุที่เป็นสถาบันฝ่ายตรงข้ามที่เป็นอริเข้าใจผิดว่าผู้ตายเป็นนักศึกษาของสถาบันเทคโนฯจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ส่วนเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวหรือเรื่องทะเลาะวิวาทนั้นยังไม่พบปัญหาความขัดแย้งใดในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนประเด็นเรื่องชู้สาว สอบปากคำอดีตแฟนสาวไปแล้วไม่พบพิรุธอดีตแฟนสาวแต่อย่างใด แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
รอง ผบช.น.กล่าวว่า ส่วนพฤติกรรมคนร้ายพบว่ามีการล็อกเป้าหมายไว้ก่อน โดยมาดักรอผู้เสียชีวิตก่อน 30 นาที และรู้เรื่องความเคลื่อนไหวตลอด แม้กระทั่งว่าเข้างานเวลาใดและเดินทางกลับเวลาใด รวมถึงคนร้ายมีการสำรวจเส้นทางหลบหนีอีกด้วย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปก่อนวันเกิดเหตุ ว่าคนร้ายมาดูเป้าหมายก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผล หลังจากนี้นำแผนประทุษกรรมคนร้ายไปเปรียบเทียบการก่อเหตุลักษณะเดียวกันแบบนี้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ พร้อมขอให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ตำหนิรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายในการให้ประชาชนแจ้งเบาะแสกับตำรวจต่อไป

