ทวีเกียรติ ยันนั่งบอร์ด สปส.แค่ 1 ปี เปิดข้อมูลเก่าไม่ได้ ต้องปกป้องสิทธินายจ้าง
จากกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ระบุถึงกรณีมีบุคคลหนึ่งซึ่งอยู่ในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายนายจ้าง ยืนยันขัดขวางการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในการประชุมกมธ.ติดตามงบประมาณ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ในบอร์ดประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงกรณีดังกล่าวว่า การเปิดเผยข้อมูลต้องดูว่าอยากจะเจาะจงให้เปิดเผยเรื่องใด ซึ่งในวันที่มีการประชุมกมธ.ติดตามงบฯ มีการขอให้เปิดเผยข้อมูลด้านไอทีในโครงการเว็บแอปฯ 850 ล้านบาท เป็นข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมาและเป็นข้อมูลการประมูลงานกัน ซึ่งบอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันที่มาจากการเลือกตั้ง เพิ่งอยู่ได้มา 1 ปี ดังนั้นการจะขอข้อมูลกับบอร์ดประกันสังคมที่มีทั้งฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายรัฐ ฝั่งนายจ้างก็ต้องปกป้องสิทธิของนายจ้างไม่ให้เสียหาย
“ในวันนั้นผมจึงตอบไปว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลเหล่านั้นได้และผมก็ไม่รู้เรื่อง เพราะไม่ได้ขอข้อมูลปัจจุบันที่ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ หากเกิดมีการฟ้องร้อง บอร์ดฯ ปัจจุบันต้องรับผิดชอบ จึงอยากจะให้ขอข้อมูลไปยังทางสำนักงานฯ หรือฝ่ายรัฐ ขณะนี้อะไรๆก็อ้างบอร์ดฯ ทำให้ได้รับความเสียหาย” นายทวีเกียรติ กล่าวและว่า ฝ่ายนายจ้างมีอยู่กัน 7 คน ที่ดูแลนายจ้างทั้ง 5 แสนราย ดังนั้นเราต้องปกป้องไม่ให้นายจ้างได้รับความเดือดร้อน อาจจะดูเหมือนว่าเป็นการขัดขวาง แต่เราก็ต้องนำข้อมูลกลับไปพิจารณาอีกทีว่าเหมาะสมหรือไม่ ไม่ได้มีเรื่องอื่นแอบแฝง ฝ่ายนายจ้างไม่คิดจะไปหาเสียงกับฝ่ายต่างๆเพื่อผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น
นายทวีเกียรติ ยังกล่าวถึงกรณีสื่อนำเสนอว่าตนอยู่บอร์ดประกันสังคมมานานแล้ว ว่า เป็นข้อมูลที่ผิด ทำให้ตนเสียหาย ตนอยู่บอร์ดประกันสังคมมา 1 ปีจากการที่ได้เลือกตั้งเข้ามา ก่อนหน้านั้นตนดำรงตำแหน่งอยู่คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนของประกันสังคม ซึ่งเป็นการพิจารณาเลือกตั้งภายในและส่งรายชื่อไปยังปลัดกระทรวงแรงงาน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้อนุมัติ มันเป็นคนละบอร์ดกันเลย และมองดูว่ากระแสข่าวที่ออกมานั้นเป็นข้อมูลที่พูดไม่ชัด พูดไม่ตรง ทำให้ตนเสียหาย ให้ประชาชนได้รับความเข้าใจผิดต่อองค์กรของรัฐ
เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวการขัดขวางการปรับสูตรบำนาญชราภาพ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ได้พิจารณาในการประชุมบอร์ดฯ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายทวีเกียรติ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องใดๆ วาระเหล่านั้นต้องผ่านขั้นตอนของคณะอนุกรรมการฯ คณะกรรมการกลั่งกรองฯ ก่อนถึงจะเข้าสู่บอร์ดประกันสังคม มันมีหลายขั้นตอน ซึ่งเรื่องการปรับสูตรคำนวณชราภาพที่ทางฝ่ายผู้ประกันตนได้มีการดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 5 เดือนก่อนที่จะนำเสนอเข้าบอร์ดประกันสังคม และจะให้บอร์ดประกันสังคมตัดสินภายใน 1 ชั่วโมง ทำให้ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ ทางฝ่ายนายจ้างจึงลงมติกันว่าให้นำกลับไปพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ฝ่ายนักคณิตศาสตร์และฝ่ายวิจัยได้คำนวณให้ดู แล้วอีก 2 สัปดาห์ค่อยนำกลับมาให้เราดูกันใหม่
“เรื่องนี้จำเป็นต้องนำเงินก้อนใหญ่จำนวนหลายหมื่นล้านบาทออกมาใช้ ก็ต้องขอตรวจสอบก่อนว่าทางนายจ้าง-ลูกจ้าง-ภาครัฐเองจะได้รับความเดือดร้อนไหม ทุกฝ่ายไม่ได้ดูรายละเอียดกันมาก่อนเลย เพิ่งเป็นวาระพิจารณาในห้องประชุมภายใน 1 ชั่วโมง จึงขอเลื่อนออกไปสองสัปดาห์และจะมีการประชุมบอร์ดฯ อีกครั้งในวันที่ 11 มีนาคมนี้ ” นายทวีเกียรติ กล่าว
นายทวีเกียรติ กล่าวต่อว่า หากการประชุมครั้งถัดไป (11 มีนาคม 2568) เราได้รับข้อมูลจากฝ่ายวิจัย จากฝ่ายนักคณิตศาสตร์แล้วเห็นว่าการใช้เงินก้อนใหญ่ก้อนนี้จะไม่กระทบต่อเสถียรภาพกองทุน จากกระแสข่าวที่มีการคาดการณ์ว่าภายในอีก 30 ปีข้างหน้ากองทุนประกันสังคมจะล้มละลาย หากนำเงินก้อนใหญ่นี้ออกไปจะย่นระยะเวลาเหลืออีก 20 ปีหรือไม่ เราจึงควรกลับไปพิจารณาก่อน อย่างไรก็ตาม หากเป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนฝ่ายลูกจ้างและไม่เสียหาย เราก็อนุมัติอยู่แล้ว
“ในเมื่อนายจ้างก็เป็นผู้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมด้วย ดังนั้นผมจึงต้องขอตรวจสอบดูก่อน ช่วงนี้เป็นช่วงที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ และให้ฝ่ายวิจัยต่างๆ ประชุมร่วมกันและนำเสนอต่อบอร์ดฯให้รับทราบ” นายทวีเกียรติ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีนางมารศรี ใจรังสี เลขาธิการ สปส. ระบุว่าจะทยอยเปิดเผยวาระหรือผลการประชุมบอร์ดฯ ภายใน 1 สัปดาห์จะยินยอมให้เปิดเผยหรือไม่ นายทวีเกียรติ กล่าวว่า เห็นด้วย ทางฝ่ายนายจ้างไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากทางฝ่ายเลขาฯมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยและฝ่ายคณิตศาสตร์ที่เชี่ยวชาญคอยดูอยู่ ทุกฝ่ายตรวจสอบกันแล้ว และท่านเลขาฯ ก็อยู่ในบอร์ดฯด้วย หากท่านวิเคราะห์แล้วและเห็นสมควรว่าจะเปิดเผยข้อมูล ทางฝ่ายนายจ้างก็ยินดีที่เปิดเผยข้อมูลการดำเนินการที่กฎหมายกำหนด เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินงาน
“ทางนายจ้างเองไม่ได้มีข้อขัดข้องที่จะเปิดเผยข้อมูลหรือมีการขอข้อมูลเข้ามา แต่ขอให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผมก็พูดในชั้นกมธ. แบบนี้ แต่กลับออกผิดเพี้ยนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ในการประชุมกมธ. ก็มีการเปิดเผยข้อมูลกันหมดทั้ง 3 ฝ่ายรวมถึงฝ่ายตรวจสอบที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในห้องประชุมด้วยว่า อันไหนที่ให้ได้ อันไหนที่เปิดเผยไม่ได้ หากทุกฝ่ายมีมติเห็นด้วยที่จะให้ข้อมูลก็สามารถเปิดเผยได้ ดังนั้นต้องถามเป็นเรื่องๆว่าต้องการเรื่องใด จะได้ตอบเป็นเรื่องๆ อยากให้เจาะจงมาเลยว่าอยากได้ข้อมูลแบบใด ส่วนที่ให้ไม่ได้ก็ต้องทยอยขอเข้ามา แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องดูความเหมาะสมและความเห็นจากหลายๆฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น จึงไม่ใช่การที่ออกมาพูดว่า ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน” นายทวีเกียรติ กล่าว

