วันที่ 26 กุมภาพันธ์ นางสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ได้รับแจ้งจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา เกิดปัญหาที่เครนยกแท่นผลิต ส่งผลให้แผนการดำเนินงานอาจล่าช้าจากเดิม 3-4 วัน ทำให้จำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการหยุดจ่ายก๊าซออกไป
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 14.20 น. ปตท.ได้ประสานงานแจ้งยืนยันกำหนดการทำงานใหม่ ระหว่างวันที่ 26-29 กุมภาพันธ์ ในส่วนของ กฟผ.ได้ทำการปรับแผนด้านระบบผลิตการทำงานระบบไฟฟ้าเพื่อให้สามารถทำได้ตามที่ ปตท.แจ้ง อีกทั้งในด้านเชื้อเพลิงมีการประสานงานกับผู้จัดส่งน้ำมัน ให้จัดส่งน้ำมันเสริมปริมาณสำรองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับความเสี่ยง หากการทำงานของผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติล่าช้าออกจากแผนได้
อย่างไรก็ตาม กฟผ.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรับมือเป็นไปตามแผนที่เตรียมไว้ร่วมกันทุกภาคส่วน การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ทั้งฝั่งตะวันตก (ประเทศเมียนม่า) ฝั่งตะวันออก (อ่าวไทย) แหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2559 มีมากกว่า 15 ครั้ง ซึ่งในระยะยาว เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกระจายการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าอย่างเหมาะสม โดยสัดส่วนการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันสูงมากถึงประมาณ ร้อยละ 70
รายงานระบุว่า กฟผ.ขอให้ความมั่นใจว่าด้วยการวางแผนและเตรียมการร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตกจากประเทศสหภาพเมียนมา จะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชน จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพด้วย

