เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วย ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ออกตามมาตรา 44 เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎจราจร ว่า หลังจากประชุมร่วมกับกรมการขนส่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตกลงกันว่านับจากวันที่21มีนาคม ที่คำสั่งคสช.มีผล จะขยายเวลาให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายอีก15 วันจนถึงวันที่ 4 เมษายน และตกลงกันว่าจะบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดในวันที่5เมษายน จากนั้นจะเริ่มต้นเทศกาลหยุดยาวจากวันที่ 6เมษายน บางแห่งหยุดถึงช่วงสงกรานต์ ยืนยันว่าทุกหน่วยในที่ประชุมยืนยันว่าจะทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย มิเช่นนั้นกฎหมายจะเป็นหมัน โดยในวันที่27มีนาคม จะประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมี ผบช.ทุกหน่วยมาร่วมประชุม ตนจะทำความเข้าใจกับทุกหน่วยผ่าน ผบช. ถึงแนวทางการปฏิบัติที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเริ่มบังคับใช้ให้เป็นไปตามคำสั่ง คสช. โดยตั้งแต่วันที่ 5เมษายน ยอมรับว่าแนวทางเบื้องต้นจำนวนด่านจะเพิ่มมากกว่าปกติ ด่านกวดขันวินัยจราจร ด่านแอลกอฮอล์จะเพิ่มขึ้นกว่าปกติ เพื่อเป็นสัญญาณให้ประชาชนเห็นว่าเป็นสัญญาณกวดขันอย่างจริงจัง โดยแต่ละด่านแนวทางปฏิบัติจะสอดส่องการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ตรวจเข็มขัดนิรภัย เจ้าหน้าที่จะขออนุญาตเปิดกระจกดูว่าทุกที่นั่งคาดเข็มขัดถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ในบางด่าน เป็นด่านใหญ่ๆ จุดสำคัญจะจัดให้มีพนักงานสอบสวนประจำด่านเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบปรับ ณ จุดนั้นได้เลย
พล.ต.ท.วิทยา กล่าวต่อว่า ระหว่างนี้ก่อนจะถึงวันที่ 5 เมษายน จุดตรวจต่างๆของตำรวจจะเริ่มกวดขันแนะนำประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎมหาย เพื่อประชาสัมพันธ์ไปในตัว โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีจุดตรวจทั่วประเทศ 3,000 จุด จะกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มข้น สำหรับกรณีรถปิกอัพจากการหารือกัน แบ่งเป็น แบบ4ประตูภายในห้องโดยสาร นั่งได้ไม่เกิน 5 คนรวมคนขับ แต่ทุกที่นั่งต้องมีเข็มขัดนิรภัย ส่วนกระบะท้ายห้ามมีคนโดยสารเด็ดขาด หรือกรณีแบบแคป2ประตู ด้วยประเภทของรถกำหนดไว้ไม่ได้เป็นที่นั่ง แต่หากจะทำเป็นที่นั่งต้องติดเข็มขัดนิรภัย

