ทหารแจงยิบคดี”ชัยภูมิ ป่าแส”ยันพลทหารที่ยิงเป็นคนดี ขอเวลา กรณีเปิดกล้องวงจรปิด

วันที่ 25 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมกองกำลังผาเมือง ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผบ.กกล.ผาเมือง พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิบ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดี น.พ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ รอง ผอ.รพ.นครพิงค์ นายธรรมศักดิ์ สีตะปะดล รองอัยการจังหวัดเชียงใหม่ นายเพิ่มเกียรติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ร่วมแถลงข่าวชี้แจงถึงสถานการณ์และความเข้าใจในเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมนายชัย ป่าแส นักกิจกรรมทางสังคมวัย 21 ปี ที่จุดตรวจค้นยาเสพติด ด่านบ้านรินหลวงเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อสื่อมวลชน โดยมี พ.อ.ม.ล.ประวีร์ จักรพันธ์ ผบ.ฉก.ม.5 และกลุ่มเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าพื้นเมืองร่วมรับฟัง

พล.ต.จิรเดช ได้กล่าวชี้แจงว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 17 มีนาคม 2560 ที่จุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขก-3774 เชียงใหม่ ซึ่งกำลังมาจากบ้านเมืองนะ-อ.เชียงดาว มีชายสองคนอยู่ในรถทราบชื่อนายพงศ์นัย แสงตะล้า อายุ 19 ปี พลขับ และนายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี นั่งอยู่ด้านข้าง จึงแสดงตนขอตรวจค้นและดำเนินการตามขั้นตอนโดยให้นำรถจอดทางซ้ายของจุดตรวจ และเชิญบุคคลทั้งสองลงจากรถมาด้านล่างและทำการตรวจค้น โดยขณะตรวจค้นห้องเครื่องยนต์ด้านหน้าที่บริเวณกรองอากาศ นายชัยภูมิมีท่าทีขัดขืน และพบห่อพลาสติกพันเทปสีดำคล้ายยาบ้า 4 ห่อเล็ก และ 1 มัดใหญ่ จำนวน 2,800 เม็ด นายชัยภูมิต่อสู้ ขัดขืน พยายามใช้ทั้งมีดและระเบิดขว้างทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารที่ไล่ติดตาม เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธประจำกายยับยั้งจำนวน 1 นัด และได้เข้าตรวจสอบพบว่ามีบาดแผลถูกยิงที่แขนซ้ายและได้พยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่นายชัยภูมิทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

“ส่วนประวัติเจ้าหน้าที่ที่ใช้อาวุธยิง พลทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ อายุ 22 ปี ตำแหน่งในสนามคือ พลปืนเล็ก ประจำที่บ้านรินหลวง สังกัดกองพันทหารม้าที่ 24 รักษาพระองค์ สระบุรี ภูมิลำเนาเดิม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ครอบครัวค่อนข้างยากจน การศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 และไม่ได้เรียนต่อเพราะต้องดูแลครอบครัว สมัครเป็นทหารเมื่ออายุ  21 ปี ความประพฤติดีและมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนหนึ่งคือเขาสมัครที่จะขึ้นมาทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งห่างไกลจากบ้านเขามานับพันกิโลเมตร ต้องจากครอบครัวมาระยะเวลานานเพื่อมาปฏิบัติหน้าที่” พล.ต.จิรเดช กล่าว

พล.ต.จิรเดช กล่าวว่า สำหรับในส่วนของกองทัพมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองแม่ทัพเป็นประธานเพื่อมาตรวจพื้นที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เราทำตามขั้นตอนของกฎหมายตามหน้าที่ของแต่ละฝ่ายที่จะเร่งดำเนินการและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งในขณะนี้พลทหารสุรศักดิ์ ยังคงอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ย้ายไปไหน แต่มีการหมุนเวียนหน้าที่ตามปกติ ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดนั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ และยอมรับว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงเพราะเป็นพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติดของประเทศเพื่อนบ้านซึ่งยังมีการปฏิบัติการของฝั่งตรงข้าม และด่านทุกด่านมีหน้าที่ยับยั้งพ่อค้ายาเสพติด ที่ผ่านมาเรามีความสูญเสียนายทหารไปหลายรายเช่นกัน เพราะกลุ่มว้าใช้อาวุธปืนอาก้าและระเบิดต่อสู้เจ้าหน้าที่มาตลอด จึงฝากช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดในสถานศึกษาและเยาวชนที่พบสูงขึ้นในฐานะที่เยาวชนเป็นกำลังสำคัญของชาติ

ด้านพ.ต.อ.ธีรพล กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้มีคนเสียชีวิตโดยการกระทำของเจ้าพนักงานที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ตามระเบียบการสอบสวนก็มีรอง ผบก.ลงไปสืบสวนสอบสวนด้วยตนเอง และได้รับการกำชับมาจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ให้เข้ามาควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และสืบสวนสอบสวนด้วยความเป็นธรรมทุกฝ่ายทั้งนายชัยภูมิและเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งการดำเนินคดีแบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ การครอบครองยาเสพติดและการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน มีคนเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่ทหาร และการสอบสวนชันสูตรพลิกศพ ซึ่งหากญาติต้องการนำศพมาชันสูตรใหม่ก็สามารถทำได้ ส่วนคดียาเสพติดที่อาจมีญาติและบุคคลอื่นพัวพันนั้นชุดทำงานด้านการปราบปรามยาเสพติดกำลังขยายผลเป็นคดีต่อเนื่องต่อไป

ขณะที่ น.พ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ รอง ผอ.รพ.นครพิงค์ กล่าวว่า ในส่วนของโรงพยาบาลนครพิงค์ที่เกี่ยวข้องคือ การนำศพมาชันสูตรพลิกศพ หลังการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุแล้ว 4 ฝ่าย เราพบว่ามีบาดแผลจากกระสุนปืนที่บริเวณแขนซ้าย และกระสุนปืนแฉลบเข้าไปในสีข้างด้านซ้าย ไปทำให้เกิดการบาดเจ็บของปอด และหลอดเลือดหัวใจทำให้เสียชีวิต ส่วนผลการชันสูตรที่ยังไม่ออกมาเป็นทางการ ขอให้เรารอผลอย่างเป็นทางการก่อน คิดว่าคงไม่นาน 3-4 วัน เป็นผลการพิสูจน์จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ ในเบื้องต้นจากแพทย์ที่ตรวจพบกระสุนเพียง 1 นัด

ส่วนนายธรรมศักดิ์ สีตะปะดล รองอัยการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำนวนแบ่งออกเป็น 3 สำนวน คือ การชันสูตรพลิกศพ เจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่แล้วยิงคนตาย และผู้ตายกระทำความผิดฐานฐานพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ แต่ในขณะนี้คือการเข้าร่วมในสำนวนการไต่สวนการตายซึ่งดูไปแล้วบางส่วน

นอกจากนี้ ในด้านคดีนั้น พ.ต.อ.มงคล กล่าวว่า เริ่มมีการสอบปากคำเรื่อยมาคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน หรือหากไม่ทันก็ขยายไป 90 วันได้ ก่อนส่งให้ศาลมีคำสั่ง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการทำงานร่วมกันในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ส่วนที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางโซเชียลพบว่าบางอย่างตรงและบางอย่างก็ผิดเพี้ยนไป ใครมีข้อมูลและพยานหลักฐานขอให้นำมามอบแต่ขอให้เป็นข้อมูลที่แท้จริงอย่าปรุงแต่ง ในฐานะที่ดูแลในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดอยากฝากว่าทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน ต้องมีความอดทน อดกลั้น อดนอนตั้งด่าน 24 ชั่วโมงเพื่อสกัดกั้นขบวนการยาเสพติด มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะฝ่ายตรงข้ามยิงต่อสู้เฉพาะ 2 เดือนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย เพราะขบวนการยาบ้าและเสพยาบ้า เจ้าหน้าที่เขาก็มีครอบครัวมีลูกเมียที่ต้องดูแล แต่ฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธสงครามทั้งคาร์บินและเอสเค จากข้อมูลที่ถูกโจมตีแบบผิดๆ ทำลายขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ไม่กล้าสู้ จึงไม่อยากให้เชื่อหรือตัดสินใดๆ จนกว่าคณะทำงานจะเสร็จสิ้นตามกระบวนการยุติธรรมจากพยานบุคคล พยานแวดล้อม นิติวิทยาศาสตร์

“กลุ่มเป้าหมายของขบวนการค้ายาเสพติดคือเยาวชนเพราะเจาะง่ายที่สุด ได้เงินมาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เป็นลูกค้า ในส่วนผู้ต้องหาอีกรายขณะนี้แจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติด ถูกฝากขังไว้ที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ อ.แม่แตง ให้การเป็นประโยชน์แต่ขอสงวนรายละเอียด ทั้งข้อมูลเรื่องอายุ รถยนต์ที่ใช้ ที่มาของเงิน กล้องวงจรปิด จะเร่งสรุปให้เร็วที่สุด และไม่หนักใจเพราะทำไปตามพยานหลักฐาน” พ.ต.อ.มงคล กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ โกลบอลโฟกัส: เวสต์มินสเตอร์ แอทแทค
บทความถัดไประดมล่ารายชื่อ จี้ `แม่ทัพภาค 3` เปิดวงจรปิดนาทีวิสามัญ `ชัยภูมิ ป่าแส`