บิ๊กสยามมอบนโยบาย เน้นภารกิจถวายความปลอดภัย ขันน็อตผกก.จับยา-บุหรี่ไฟฟ้า-รวบคนร้ายทันที

7.03.25 | 17:32 น.

พล.ต.ท.สยาม ผบช.น.- รองผบช.น. ร่วมมอบนโยบายเน้นย้ำภารกิจถวายความปลอดภัย เฝ้าระวังเหตุ แต่งตั้งเสร็จเร่งทำงาน ทำตามนโยบาย ผบ.ตร. ศึกษาพื้นที่ จับกุมยาเสพติด- บุหรี่ไฟฟ้า เหตุเกิดจับกุมคนร้ายให้ได้ทันที


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ บก.อคฝ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย รองผบช.น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผบช.สง.ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการรองผบช.น. ผบก.น.1-9 ผบก.สส.บช.น. ผบก.จร. ผบก.อก.บช.น. ผบก.สปพ. ผบก.อคฝ. ประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและรับมอบนโยบายระดับ พ.ต.อ.ขึ้นไปทั้งหมดที่ได้รับการแต่งตั้ง 100 นาย ได้รับการแต่งตั้ง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.

โดยพล.ต.ท.สยาม เปิดในที่ประชุมว่า การแต่งตั้งให้รองผู้บัญชาการช่วยกันดูบัญชีทั้งหมด จบเรื่องแต่งตั้งขอให้มาช่วยกันทำงาน ตนเองและรองผู้บัญชาการมีหน้าที่สนับสนุนและให้กำลังใจ พวกเรางานเยอะ จะไม่มีการจ้องจับผิดกัน แต่จะร่วมทำงานไปด้วยกัน ช่วยให้คำแนะนำช่วยกันขับเคลื่อน มีเรื่องอะไรแนะนำตักเตือน แต่ขอให้เน้นย้ำตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้พวกเรารับทราบ 15 ข้อ

Advertisement

กำชับการช่วยราชการเน้นย้ำ 6 ข้อ 4 มาตรการ โดยเฉพาะมาตรการหยุดฝุ่น ขอชมเชยบก.จร.ตั้งจุดตรวจจับกุมรถสร้างมลพิษ เน้นย้ำขับเคลื่อนมาโดยตลอด ยาเสพติดเข้มงวดการตรวจสอบพื้นที่ จุดพักและจุดขยายผลยาเสพติดดำเนินการให้มีผลการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์เป็นภารกิจสำคัญ มีความเป็นห่วงค่อนข้างมาก ผู้กำกับการต้องพิจารณาบุคลากรรับผิดชอบ จุดเสี่ยง เน้นเอาคนเดิมมีปฏิภาณไหวพริบรับผิดชอบดูแล

สำหรับผู้ที่ย้ายมาใหม่ให้รีบศึกษาพื้นที่ ไม่เอาปริมาณการทำงานเน้นเอาคุณภาพทำงานแทน รับส่งงานในหน้าที่ราชการภายใน 30 วัน ตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาใครบกพร่องลงโทษ กวดขันจับกุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะรอบเขตสถานศึกษามีชุดติดตามจับกุม อาทิเช่น ของสน.คันนายาว และเฝ้าดูพฤติกรรมของทุกโรงพัก ความมั่นคงของหัวหน้าสถานีอาจสั่นคลอนได้หากมีการดำเนินการจับกุม มีชุดดำเนินการจับกุมหน่วยงานอื่นร่วมตรวจสอบใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวอาจเดือดร้อน

ช่องรายงานเหตุขอให้ผู้กำกับการรายงานด้วยตนเอง ผู้กำกับการต้องรู้ทุกเรื่องมีเหตุทราบรีบเข้าไปจัดการ ผบ.ตร.เน้นย้ำมีเหตุเกิดขึ้นบอกเราป้องกันแล้วต้องจับได้ทันที ถ้าปล่อยไว้เนินนานอาจจะต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรและทำให้จับกุมผู้ต้องหาได้ยาก ผู้กำกับการต้องมีปฏิภาณไหวพริบ สื่อมวลชนให้ความสนใจ อย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนต้องสั่งการควบคุมการปฏิบัติ จะได้ไม่เหนื่อยตามงานเพื่อเอาเวลาพักผ่อนไปรอรับภารกิจใหม่ หากไม่ทำจะมีผู้บังคับบัญชาลงมาตรวจสอบการปฏิบัติ แล้วมีการประสานรปภ. ฝึกอบรมช่วยทำการตรวจสอบเฝ้าระวังเหตุ

ด้านงานจราจร สังคมต่อต้าน ให้การสนับสนุนยอมรับกรณีการจอดล้ำเส้น ทางม้าลายให้หยุดผ่าไฟแดง ทำดีอยู่แล้ว รองผกก.จร.สน.ลุมพินี ตนเดินไปแอบดูยังคงเห็นดำเนินตรวจสอบสม่ำเสมอให้จอดไม่ให้ล้ำ เห็นทำอยู่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ได้มีการเชิญผู้ประกอบการแอปพลิเคชั่นช่วยกันร่วมกันหารือแก้ไขปัญไรเดอร์กระทำผิดกฎหมายจราจร อาจจะมีข้อกำหนดตกลงร่วมกันแจ้งเตือน 2 ครั้งจะไม่ให้ทำงานในแอปพลิเคชั่นนั่น รวมถึงจะเชิญตัวแทนคนขับรถสามล้อกรณีจอดกีดขวางการจราจรต่อไป

ส่วนเรื่องการเฝ้าจีนเทากระทำผิดกฎหมาย 88 โรงพัก ทำการตรวจสอบโรงพักละ 1 เป้าหมาย ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีโครงการเดิมดำเนินการต่อช่วงถัดมา เพื่อดำเนินการตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวข้องดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบพนักงานสอบสวนหรือผู้ใต้บังคับบัญชาที่อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ทางคดี ทุกวันนี้เราทำงานยากไม่ใช่แค่เพจและสื่อมวลชนอื่นจับตามมอง สังคมจับตามองพวกเราอยู่ ผบ.ตร. จึงฝากเน้นย้ำไม่ได้มีการจ้องจับผิดพวกเรา แต่ท่านเป็นเสมือนพี่คอยให้คำแนะนำและคอยตักเตือนด้วยความห่วงใย ให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเราถูกจับตาและตรวจสอบอยู่จากกรณีดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้รองผู้บังคับการและผู้กำกับการทุกคนตั้งใจทำงาน เพราะงานจะช่วยปกป้องพวกเราได้ทำงานให้มีความสุข สนุกกับการทำงาน

ด้านพล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผบช.น.ดูแลงาน บริหาร 1 กล่าวว่า ยืนยันว่าในสิ่งที่รองผู้บัญชาการทุกท่านพูดมา เราทำงานเป็นทีมเดียวกันนำไปปฏิบัติไม่มีการแตกแถว แต่เน้นย้ำในส่วนที่ ผบ.ตร. ห่วง 2 เรื่อง คือ 1.แนวความคิดหรือมายด์เซ็ต เดิมๆ ไม่ดีต้องมีการปรับแก้ 2.ทำดีมีรางวัล ทำไม่ดีมีโทษ เวลามีเรื่องเกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาไม่มีทางใจดีลงโทษต้องลงโทษจริงจัง ขอความร่วมมือหากทำตามนี้การปฏิบัติหน้าที่จะเป็นไปได้ด้วยดี

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น.

ด้านพล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน กล่าวว่า กรณีตนเองคุมหน้างานสืบสวนคุมศูนย์มือปืน ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ ผู้บังคับบัญชาได้ต่อสู้ให้กับพี่ๆ น้อง กองสืบ สารวัตรสืบ รองผู้กำกับสืบสวน ผบช.น. ลำบากใจจนถึงวินาทีสุดท้าย เราตำรวจแค่หัวโขน ใครไม่เห็นพวกเราผู้บังคับบัญชาเห็น อยากบอกพวกเราภัยคุกคามเวลานี้ เร่งด่วนที่สุด ผบ.ตร. สั่งการ ผบช.น. ปราบยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ การหลบหนีเข้าเมือง ต่างด้าวถูกหลอกลวง ต่างด้าวกระทำธุรกิจถูกกฎหมาย สถานบริการมียาเสพติด ค้ามนุษย์ จะปล่อยให้มีไม่ได้ ไม่มีใครกดปุ่มไฟเขียวให้เกิดขึ้นเด็ดขาด ทำทุกอาทิตย์ ต้องมีผลปฏิบัติ ระดมหาเป้าจับกุม พ.ร.บ.การพนันฯ และการทำงานต่างด้าว มีสถิติเกิดขึ้นมากที่สุด มีเหตุเกิดขึ้นผู้กำกับการโรงพัก ต้องออกมาเปิดหน้า พูดข้อมูลเบื้องต้นก่อน อย่าทิ้งความรับผิดชอบให้บช. อยากให้น้องๆ ปะทะก่อน ยิ่งตำรวจกระทำความผิด เราต้องยืนยัน ดำเนินการแก้ไขรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาเบื้องต้น การทำงานเป็นของนครบาลคดีทั่วไปโรงพักจัดการได้เอง อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ กองกำกับการสืบสวน บก.น.1-9 ต้องเข้าไปช่วย

“สืบนครบาลประสานข้อมูลช่วยคดีใหญ่ สืบนครบาล สืบกองบังคับการ สืบโรงพักต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน แนวทางผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ สารวัตร การแจ้งเหตุอย่ากั๊ก รู้อีก 2 วันถัดมา ไม่สามารถช่วยไม่ทัน หน้าที่ผู้กำกับการรับแจ้งมาต้องรีบรายงาน เรื่องเล็กน้อยก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวได้ “พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าว

พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มล้า รองผบช.น.

ด้านพล.ต.ต.พัลลภ แอร่มล้า รองผบช.น.ดูแลงานยาเสพติด กล่าวว่า งานยาเสพติดเป้าหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต้องให้หมดหรือลดลงมากที่สุด โครงการทั้งหมด ปิดล้อมชุมชนทุกเดือน 1 โรงพัก สถานบริการสีขาว สถานบริการมี 1,000 กว่าแห่ง ปัจจุบันแต่ละพื้นที่ทำการตรวจสอบได้ร้อยละ 80 แล้ว แต่จะดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม โรงงานสีขาว โรงเรียนสีขาว บางทีมีการดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 20 ขยายจับกุมเครือข่ายใหญ่ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร. ลงมาควบคุมการปฏิบัติ

การจับกุมข้อหาสมคบ บช.น.ต้องมียอด 300 คน จากทั้งหมด 201 ชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตาม ป.ป.ส. แจ้ง ทุกโรงพักต้องออกหมายจับสมคบให้ได้ 1 ชุมชน ต่อ 1 หมาย เอาผู้เสพไปสู่กระบวนการบำบัด ผ่านมากว่า 4 เดือน ดำเนินไปได้ 140 กว่าหมาย ตำรวจสีขาว ตรวจครบเรียบร้อย ใครมีความผิดดำเนินการทางวินัยว่าตามระเบียบ

มีนโยบายเพิ่มคือตำรวจ 1 คน ต้องจับคู่กับอาจารย์ฝ่ายปกครอง 1 โรงเรียน ประชุมร่วมกันอีกครั้ง ตรวจสอบวัดสีขาว โดยเฉพาะต้องตรวจสอบเด็กวัดและพระ จากโรงพักสีขาว สถานบริการสีขาว ขุมชนสีขาว โรงเรียนสีขาว หากถูกจับยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่อาจจะต้องมีการพิจารณาตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการตรวจสอบมอบหมายให้โรงพักดำเนินการจับกุมรายเดือน ตรวจสอบค้นหาผู้เสพตามท้องถนน ตั้งด่านอย่างเดียวไม่พอ ยินยอมส่งตรวจปัสสาวะด้วย ชุมชนบำบัดจับสมคบ เอาผู้เสพบำบัด สุดท้ายบุหรี่ไฟฟ้าขอโรงเรียนอย่าให้มีเด็กเสพ ขอให้มีการดำเนินการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด