กลุ่มปลดแอกสองล้อ บุก สภ.บางศรีเมือง จี้คดี มาสด้าแดง ไม่เชื่อเลิกขับรถหวาดเสียวได้

9.03.25 | 22:24 น.

กลุ่มปลดแอกสองล้อรวมตัวหน้าโรงพัก สภ.บางศรีเมือง ติดตามคดีคนขับเก๋งมาสด้าแดง พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง ผกก.แจงแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี กลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ นำโดย นายภีรสิทธิ์ จิระวงศ์ไพศาล แอดมินเพจเฟซบุ๊กปลดแอกชาวสองล้อ พร้อมด้วยเพจอื่นๆ ที่เกี่ยวกับผู้ที่ขับขี่รถจักรยายนต์ รวมถึงประชาชนผู้ที่รถจักรยานยนต์ประมาณ 100 คัน นัดหมายรวมตัวกันหน้าโรงพัก เพื่อเข้าติดตามความคืบหน้าคดีที่ นายพีท คนขับรถเก๋งมาสด้าสีแดง บีบแตรและเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของนายจินตการ อายุ 49 ปี ก่อนจะนำคลิปกล้องหน้ารถมาลงในโลกออนไลน์ จนกลายที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมดังกล่าว โดยทางกลุ่มได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมพูดคุย พ.ต.อ.สมชาย แจ้งธรรมมา ผกก.สภ.บางศรีเมือง นานกว่า 30 นาที

นายภีรสิทธิ์เปิดเผยว่า วันนี้ทำหนังสือเปิดผนึกมา 2 ฉบับ ฉบับแรกยื่นข้อเรียกร้องต่อ ผกก.สภ.บางศรีเมือง จำนวน 3 ข้อ คือ 1.อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินคดีที่มีการแจ้งความไว้ และคดีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างถึงที่สุดข้อ 2.ยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ก่อเหตุเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และ 3.หามาตรการป้องกันการก่อเหตุจากผู้ก่อเหตุ และผู้ที่จะมีพฤติกรรมเลียนแบบเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่บนท้องถนน

Advertisement

ส่วนหนังสือฉบับที่ 2 เป็นการยื่นข้อเรียกร้องต่อนายพีท คนขับรถเก๋งมาสด้าแดงผู้ก่อเหตุ 4 ข้อ คือ 1.ออกมาแสดงตนเพื่อรับผิดชอบความผิดที่กระทำต่อสังคมด้วยความจริงใจ 2.หยุดการขับขี่รถทุกประเภทจนกว่าจะมีคำตัดสินจากศาล 3.ยุติการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ก่อให้เกิดอันตราย และสร้างความแตกแยกในทุกช่องทาง 4.ออกมาตักเตือนผู้ที่คิดจะเลียนแบบพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างความอันตรายต่อผู้อื่น

นอกจากนี้ นายภีรสิทธิ์กล่าวภายหลังเข้าหารือกับ ผกก.สภ.บางศรีเมือง ว่าขณะนี้ผู้ก่อเหตุถูกดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และในส่วนคดีอื่นๆ ยังไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน มีการเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะมีการดำเนินคดีที่มากกว่าทำให้เสียทรัพย์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนกรณีที่มีการขอให้ยึดใบขับขี่นั้น ผู้กำกับเปิดเผยว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นอำนาจของกรมขนส่งทางบก นั่นหมายความว่าตอนนี้ผู้ก่อเหตุยังสามารถขับขี่รถได้ตามปกติ เมื่อตนถามถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ผกก.แจ้งว่าได้มีการว่ากล่าวตักเตือนในเบื้องต้น และผู้ก่อเหตุได้มีการรับปากว่าจะเลิกพฤติกรรมการขับขี่ที่จะก่ออันตรายกับผู้ใช้โดยใช้ถนน

นายภีรสิทธิ์กล่าวว่า ต้องมารอดูกันว่าใครจะพบเจอเหตุการณ์อันตรายหลังจากนี้ แต่ถ้าหากว่าใครมีคลิปหลักฐานที่ผู้ก่อเหตุมีการขับรถประมาทหวาดเสียว หรือก่ออันตรายให้กับผู้ร่วมใช้ทางในห้วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สามารถส่งมาได้ที่เพจปลดแอกชาวสองล้อ ซึ่งตนจะเป็นตัวแทนในการรวบรวมคลิปดังกล่าวส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง

นายภีรสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ผู้ก่อเหตุรับปากว่าจะหยุดพฤติกรรมขับรถหวาดเสียว ส่วนตัวมองว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ และไม่เชื่อว่าจะทำได้อย่างที่พูด เนื่องจากก่อนหน้านี้มีโอกาสแชตคุยกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งเจ้าตัวรับปากว่าจะโพสต์ออกมาขอโทษกับสังคม แต่หลังจากการพูดคุยก็ไม่ได้มีการโพสต์ขอโทษแต่อย่างใดเรื่องง่ายๆ ยังทำไม่ได้ ดังนั้น จะให้เชื่อว่าผู้ก่อเหตุจะเลิกพฤติกรรมขับรถประมาณหวาดเสียว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นมาอย่างยาวนานเป็นปีได้อย่างไร

“วันนี้รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เจอผู้ก่อเหตุ เนื่องจากทุกคนต้องการที่จะเจอกับเขา เพราะทุกคนก็เกรงว่าจะเกิดอันตรายระหว่างการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเช่นเดียวกัน หากเขาขับรถในลักษณะนี้ไปเจอกับบุคคลที่หัวร้อน เขาเองก็อาจจะเป็นอันตรายเช่นเดียวกัน” นายภีรสิทธิ์กล่าว

ด้านนายอริยะพงษ์ เจริญสุข เจ้าของเพจจอห์นไรเดอร์ กล่าวว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเปิดเผยว่าการทำคดีไม่ได้ล่าช้า เนื่องจากต้องเป็นไปตามขั้นตอน ต้องมีการเรียกผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำ เรียกผู้ก่อเหตุเข้ามาให้ปากคำ ก่อนจะส่งหลักฐานไปตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐาน จึงอาจจะต้องใช้เวลา แต่ในความรู้สึกของคนที่ต้องใช้รถใช้ถนนร่วมกับผู้ก่อเหตุมองว่าคดีล่าช้า เนื่องจากในปัจจุบันเขายังสามารถขับขี่ใช้รถใช้ถนนได้ตามปกติ อาจจะไปก่ออันตรายให้กับใครก็ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมขับรถประมาทหวาดเสียว ซึ่งอาจจะก่ออันตรายให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนมานานนับปี มีคลิปหลักฐานหลากหลายเหตุการณ์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าคลิปเหล่านั้นไม่สามารถนำมาใช้การได้ ต้องรอให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเสียก่อน

นายอริยะพงษ์เผยว่า ถ้าผู้เสียหายรวมตัวกันแจ้งความ และเจ้าหน้าที่เกิดใจดีขึ้นมา อาจจะนำพฤติกรรมในหลายๆ คดีไปรวมกัน เพื่อยื่นฟ้องต่ออัยการ เพิ่มน้ำหนักในทางคดีได้ หรืออย่างน้อยถ้าไม่ได้มีการรวมคดี ก็อาจจะเป็นการเรียกผู้ก่อเหตุมาจ่ายค่าปรับ ในคดีที่ต่างกรรมต่างวาระกัน

นายอริยะพงษ์กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่างในการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและไม่เท่าเทียมเมื่อไม่นานมานี้ มีกรณีรถจักรยานยนต์วิบากยกล้อเทพ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเข้าจับกุมได้อย่างรวดเร็ว แถมมีการดำเนินคดีและยึดรถ แต่กับกรณีนี้ขับรถประมาทหวาดเสียว มีคลิปจากผู้ก่อเหตุเป็นหลักฐานอย่างชัดเจนกลับยังไม่สามารถที่จะยึดรถ หรือระงับใบอนุญาตขับขี่เป็นการชั่วคราวได้เลย ยังคงปล่อยให้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในสังคมต่อไป แตกต่างกับทางกลุ่มคนขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติราวกับเมียน้อย