ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม กลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเขาเหมน-วังหีบ และ สมัชชา 9 เขื่อน 1 แม่น้ำนครศรีธรรมราช จำนวนกว่า 150 คน เดินเท้ามาจากอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ได้ถึงอำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านมือผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเรียกร้องให้นายกฯทบทวนแผนการจัดการน้ำและโครงการก่อสร้างเขื่อนในจังหวัด
ว่าที่ ร.ต.กำพล จิตตะนัง ผู้ประสานงานกลุ่มสมัชชา 9 เขื่อน 1 แม่น้ำนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ประสบกับอุทกภัยมาหลายครั้งล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เฉพาะล่าสุดในเดือนธันวาคม 2559 และ เดือนมกราคม 2560 น้ำท่วมอย่างหนักส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก รัฐบาลเองคงตระหนักถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจึงเร่งขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการน้ำก่อสร้าง 9 เขื่อน 1 แม่น้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ทุกโครงการที่รัฐเตรียมก่อสร้างขึ้นมายังไม่ได้มีการถามชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีความต้องการกันหรือไม่ ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆละเลยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม
“ชาวบ้านจากชุมชนคลองวังหีบ ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จึงออกมาร่วมกันคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนวังหีบ อยากให้รัฐบาลชะลอแผนก่อสร้างเขื่อนคลองวังหีบ และทบทวนแผนการดำเนินการก่อสร้างว่าจะแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์จริงหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน และการคุ้มทุนทางเศรษฐกิจด้วย ขอให้นายกรัฐมนตรีลงดาบ ใช้ ม.44 คุ้มครองสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน โดยเฉพาะจุดที่จะไปสร้างเขื่อนคลองวังหีบ”
ว่าที่ ร.ต.กัมพล กล่าวอีกว่า เนื่องจากพื้นที่ตรงจุดนั้น มีสัตว์นานาชนิดจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศน์มีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด ซึ่งชาวบ้านในเขตพื้นที่ชุมชนคลองวังหีบเองมีความเชื่อว่าเมื่อสร้างเขื่อนแล้วไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างอีกครั้ง
ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองวังหีบ เป็นการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดกลาง ปิดกั้นคลองวังหีบ บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านสระแก้ว และหมู่ที่ 5 บ้านคอกช้าง ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภคในเขตตำบลนาหลวงเสน ตลอดจนมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะปล่อยลงคลองวังหีบ โดยจะมีการบริหารจัดการน้ำในคลองวังหีบ เพื่อส่งน้ำให้ทั้งสองฝั่งของคลองวังหีบ ในเขต ต.นาหลวงเสน ต.หนองหงส์ ต.ควนกรด และ ต.นาไม้ไผ่ รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำดิบสำรองเพื่อใช้ในกิจกรรมของสำนักงานประปาทุ่งสง นอกจากนั้น ในบริเวณพื้นที่อ่างจะเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงพื้นบ้านในบริเวณรอบอ่าง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจของราษฎรในบริเวณพื้นที่โครงการ และจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนด้วย
จากข้อมูลในรายงานการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการวังหีบ จังหวัดนครศรีธรรมราช ของ กรมชลประทาน ปี พ.ศ. 2552 พื้นที่รับประโยชน์ (เพื่อการเกษตร) มีเพียง 13,014 ไร่ ซึ่งครอบคลุม 24 หมู่บ้าน ใน 4 ตำบล คือ ต.นาหลวงเสน ต.หนองหงส์ ต.ควนกรด และ ต.นาไม้ไผ่ หมู่บ้านรับประโยชน์ (เพื่อการอุปโภคบริโภค) ครอบคลุม 20 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบล คือ ต.นาหลวงเสน ต.หนองหงส์ และ ต.นาไม้ไผ่
ส่วนผลกระทบของโครงการ จะต้อง จ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินของราษฎรและทรัพย์สินในพื้นที่อ่างเก็บน้ำคลองวังหีบ อาทิ การชดเชยที่ดินของประชาชนในบริเวณพื้นที่องค์ประกอบโครงการ การชดเชยอาคารและสิ่งปลูกสร้าง มีอาคารและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำ การชดเชยพืชผลทางการเกษตร มีไม้ยืนต้นและไม้ผลในพื้นที่หัวงาน และอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งบริเวณถนนทดแทนชนิดพืช
ซึ่งตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเขาเหมน-วังหีบ นครศรีธรรมราช กล่าวว่า โครงการนี้น่าจะใช้งบประมาณแผ่นดินในการก่อสร้างสูงถึง 1,600 ล้านบาท ขณะที่ รายงานการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการวังหีบ จังหวัดนครศรีธรรมราช ของกรมชลประทานในปี 2552 ระบุโครงการจะต้องใช้งบประมาณ 1,403.145 ล้านบาท

