วันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาประชาคมวัดเก่าบ้านโนนแย้ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มีชาวบ้านจาก 6 หมู่บ้านและชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนโนนสำราญ ชุมชนกุดหวาย บ้านโนนแย้ บ้านโนนหล่อ บ้านน้อมเกล้า และบ้านโนนแดง จำนวนประมาณ 500 คน นำโดยนายบุญหนุน อำคา อายุ 45 ปี ทนายความชื่อดัง นายจุน ศรีพล และนางทองคำ ชัยชาญ ได้ร่วมกันลงชื่อคัดค้านการรังวัดที่ดินที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “โนนป่ายาง” เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ซึ่งชาวบ้านที่มาประชุมในครั้งนี้ เป็นผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินบนที่ดินบริเวณนี้มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่ว่าทางราชการจะมาทำการรังวัดที่ดินในวันที่ 29 มีนาคม 2560 เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ทำให้ไม่มีที่ดินทำกินและอยู่อาศัย ซึ่งชาวบ้านได้พากันลงชื่อคัดค้านมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเตรียมที่จะนำเอาไปยื่นคัดค้านต่อนายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ และสำนักงานที่ดิน จ.ศรีสะเกษ ให้พิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านโดยด่วนด้วย
นายบุญหนุนกล่าวว่า ตนและครอบครัวญาติพี่น้องได้อาศัยบนผืนแผ่นดินนี้มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว และขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากว่า จ.ศรีสะเกษจะมาทำการรังวัดที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์โนนป่ายาง เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) แต่ชาวบ้านอยู่อาศัยบริเวณนี้และครอบครองอยู่จำนวน 3,500 ครอบครัว ประมาณ 4,000 คน เนื้อที่ 1,531 ไร่ ได้อยู่อาศัยมาก่อนที่ทางราชการจะประกาศให้บริเวณนี้เป็นที่สาธารณะใช้ประโยชน์ร่วมกัน ถ้าออกหนังสือ นสล.แล้ว ต่อไปถ้าทางราชการต้องการใช้ที่ดินบริเวณนี้ ก็จะต้องให้ชาวบ้านย้ายออกไป พวกตนไม่ทราบว่าจะย้ายไปอยู่ที่ใด เนื่องจากว่าพวกตนอาศัยอยู่ที่โนนป่ายางนี้มาตั้งแต่เกิด และมีบ้านเรือนปลูกสร้างอยู่จำนวนหลายพันครอบครัวแล้ว
“ดังนั้น จึงมารวมตัวกันเพื่อลงชื่อคัดค้านให้ยกเลิกการออก นสล.ซึ่งเป็นที่ดินของชาวบ้านที่ได้อยู่อาศัยมาก่อน ซึ่งปัญหาโนนป่ายางนี้รัฐไม่เคยแก้ไขปัญหาช่วยเหลือชาวบ้าน มีชาวบ้านตายไปแล้วกว่า 200 ปี ก็ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง วัดบ้านโนนแย้ก็ตั้งขึ้นก่อน หมู่บ้านก็ตั้งก่อนที่จะมีการประกาศเพื่อสงวนที่โนนป่ายางให้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยพวกตนนัดรวมตัวกันในวันที่ 29 มี.ค.60 เพื่อที่จะนำเอาเอกสารหลักฐานของแต่ละคนที่มีอยู่เช่น ใบเหยียบย่ำ ใบ ส.ค.1 ใบ น.ส.3 และใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ ไปยื่นต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อคัดค้านการออกรังวัดที่ดินโนนป่ายาง” นายบุญหนุนกล่าว
ด้านนายจุนกล่าวว่า ตระกูลญาติพี่น้องของพวกตนอยู่มาตั้งแต่การก่อตั้งบ้านโนนแย้ เมื่อช่วงประมาณ 170 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน โดยมีหลักฐานในการครอบครองเข้าอยู่ ซึ่งมีการตั้งวัดบ้านโนนแย้เมื่อปี พ.ศ.2463 โดย ร.ร.บ้านโนนแย้ได้อาศัยศาลาวัดเป็นที่สอน น.ร.มาก่อน และได้มาตั้ง ร.ร.เมื่อปี 2482 แต่ว่าต่อมาทางราชการได้มีการประกาศให้ที่โนนป่ายางเป็นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันและเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง อีกทั้งปัจจุบันไม่มีสัตว์พวกวัว ควายให้เลี้ยงแล้ว มีแต่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ไร่ นา สวนของชาวบ้าน หากทางราชการออกรังวัด ตนและชาวบ้านทุกคนก็คงจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอีกต่อไป จึงจะขอต่อสู้เพื่อที่ซุกหัวนอนของชาวบ้านกว่า 4,000 ชีวิต จนถึงที่สุด

ขณะที่นางทองคำกล่าวว่า พวกตนได้รับความไม่เป็นธรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่า เดิมบริเวณโนนป่ายางแห่งนี้ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 4,125 ไร่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวน 6 หมู่บ้าน/ชุมชน ประกอบด้วยชุมชนโนนสำราญ ชุมชนกุดหวาย บ้านโนนแย้ บ้านโนนหล่อ บ้านน้อมเกล้า และบ้านโนนแดง ต่อมาทางราชการโดยสำนักงานที่ดิน จ.ศรีสะเกษ ได้มีการออกโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนผู้มีอันจะกินไปแล้วจำนวน 2,594 ไร่ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรจึงไม่ออกโฉนดที่ดินให้แก่คนอื่นๆ ที่ครอบครองที่ดินอยู่บริเวณเดียวกันนี้ด้วย อยากขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในเรื่องนี้ด้วย ตนเห็นว่าไม่ควรที่จะเลือกปฏิบัติในการออกโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณโนนป่ายางนี้ เพราะว่าเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำทำให้เกิดความแตกแยกไม่ปรองดองกันขึ้นในสังคม คนหนึ่งกินอิ่มนอนหลับ อีกคนหนึ่งกินไม่อิ่มนอนไม่หลับ
“เรื่องโนนป่ายางนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมานานแล้ว รัฐบาลแต่ละยุคที่ผ่านมาไม่เคยให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านโนนป่ายางอย่างจริงจัง จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พวกตนจึงขอวอนให้ท่านนายกฯได้ใช้ ม.44 เข้ามาแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินด้วย พวกตนต้องการได้โฉนดที่ดินเหมือนกับชาวบ้านผู้มีอันจะกินที่ได้โฉนดไปก่อนหน้าแล้ว พวกตนหวังพึ่งรัฐบาลทหารให้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหานี้ เพราะว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วในการที่จะต่อสู้เรียกร้องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในเรื่องนี้

