กองปราบรวบ“เอ ท่าพระจันทร์”ตุ๋นให้เช่าพระปลอม

26.02.16 | 15:16 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผบก.ป. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รองผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ศตวรรษ บุญมี สว.กก.5บก.ป. ร.ต.อ.พงษ์พิทักษ์ บุญบำรุง รองสว.กก.5บก.ป. ร่วมกันแถลจับกุมนายสุวัฒน์ ปฏิปัณณะ หรือ เอ ท่าพระจันทร์ อายุ 40ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 411/2551 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม2551 ในข้อหายักยอกทรัพย์ และความผิดตามพ.ร.บ.เช็ค โดยจับกุมได้ที่ศูนย์การค้ามารวยพลาซ่า ซอยเพชรบุรี 21 แขวงและเขตราชเทวี เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์


พล.ต.ต.ชาญ กล่าวว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 นายสุวัฒน์ ว่องธนะวิโมกษ์ อายุ70ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้นำพระเครื่องที่ประกอบไปด้วย หลวงปู่ทวด พิมพ์เนื้อว่าน ,เหรียญปราบฮ่อ ร. 5 ,พระชัยวัฒน์ พิมพ์ล้มลุก ,พระซุ้มกอ ไปฝากไว้กับนายเอเพื่อให้ปล่อยเช่า ต่อมานายเอได้ปล่อยเช่าพระเครื่องดังกล่าวได้เงินมา 1.5 ล้านบาท แต่ไม่ยอมนำเงินที่ได้จากการปล่อยพระเครื่องไปให้ผู้เสียหาย ทั้งนี้ภายหลังนายเอได้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้ให้แก่นายสุวัฒน์ และออกเช็คให้กับผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามภายหลังผู้เสียหายได้นำเช็คที่ได้ไปขึ้นเงินปรากฏว่าทางธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงได้มาทวงถามนายเอก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปราม กระทั่งเมื่อเช้าวันนี้ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้หลังก่อเหตุได้หลบหนีการจับกุม มาอยู่ที่ศูนย์การค้าดังกล่าว จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม

พ.ต.อ.พันธนะกล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบอีกว่าผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง มีหมายจับในหลายท้องที่ โดยก่อนหน้านี้ได้ไปหลอกปล่อยเช่าพระเครื่องสมเด็จวัดระฆังปลอมให้ นายรชต ประกายวิสุทธิ์ ในราคา 750,000 บาท จากนั้นนายเอก็ได้ขอเช่าพระเครื่องขุนแผนจากนายรชต ในราคา 250,000 บาท ซึ่งภายหลังนายรชต ทราบว่าพระสมเด็จที่นายเอปล่อยเช่าให้นั้นเป็นของปลอม จึงได้ไปทวงถามขอคืนเงิน ซึ่งนายเอก็ได้จ่ายเช็คให้ และพอนำเงินไปขึ้นก็ปรากฏว่าเช็คเด้งเช่นกัน

ด้านนายเอให้การว่า ได้กระทำความผิดดังกล่าวจริงแต่ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี รวมทั้งให้เช่าพระปลอม เนื่องจากตนได้พระเครื่องมาก็ขายไป และได้ผ่อนชำระเงินให้ผู้เสียหายเรื่อยมา ซึ่งหลังก่อเหตุทำให้เสียชื่อเสียงไม่มีใครมาเช่าพระกับตนทำให้ขาดรายได้จึงต้องผันตัวเองไปเปิดร้านเสื้อผ้าที่ห้างดังกล่าว

Advertisement

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ และความผิดตามพ.ร.บ.เซ็ค ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรีดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป