วันที่ 27 มีนาคม ความคืบหน้าเหตุพบสารบีที เพื่อใช้กำจัดแมลงดำหนามจำนวนมาก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นำไปใช้งานและถูกเก็บไว้ภายในหอประชุมอำเภอหลังเก่า ในขณะที่ตอนนี้จังหวัดกำลังเผชิญปัญหาแมลงดำหนามระบาดในสวนมะพร้าวอย่างหนัก จากการตรวจสอบพบว่ามีสารบีที บรรจุกล่องกระดาษเต็มพื้นที่หอประชุมดังกล่าวมากกว่า 1,000 ลัง บรรจุสารบีทีลังละ 10 ขวด มูลค่า 32.8 ล้านบาท
ล่าสุด จากการสอบถามนางวิภา อบเชย เสมียนตรา อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า รับราชการที่อำเภอเมืองมานานกว่า 10 ปี และรับทราบการจัดสารบีทีดังกล่าว ยืนยันว่าทางราชการยังไม่จ่ายเงิน 32.8 ล้านบาท ในการจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ 2555 และหากต้องการทราบละเอียดขอให้สอบถามจากนายอำเภอเมืองฯจะเป็นผู้ให้ข้อมูล
ต่อมาได้พบนายมงคล จอมพันธ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะเข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้รับการยืนยันจากนายมงคล ว่าการจัดซื้อสารบีที เกิดขึ้นก่อนตนมารับตำแหน่งจึงไม่ทราบขั้นตอนรายละเอียดในการจัดซื้อ ขอให้สอบถามจากฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) เนื่องจากเป็นการจัดซื้อหลังมีการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินต่อเนื่องหลายปี แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยมีประชาชนร้องเรียนหลังจากได้รับสารบีทีไม่มีคุณภาพ
ด้านเจ้าหน้าที่รายหนึ่งในห้องประชุมได้ชี้แจงว่า เดิมมีการจัดซื้อสารบีที เริ่มตั้งแต่ปี 2553 ถึงปี 2555 แต่ต่อมากรมวิชาการเกษตรมีผลวิจัยการใช้สาร เมื่อปี 2556-2557 ส่วนการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ หลังจากประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินกี่ครั้ง ใช้งบประมาณเท่าใด จะมีการรับรองมาตรฐานอย่างไรต้องสอบถามจากหน่วยงานที่จัดซื้อเท่านั้น ทั้ง ปภ.และสำนักงานจังหวัด แต่ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้ยุติการใช้สารบีที และใช้สารเคมีทดแทนแล้ว
ขณะที่ นายกิตติกรณ์ เทพอยู่อำนวย หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัด กล่าวว่า ตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในการจัดซื้อได้ แต่ทราบว่ามีการเบิกจ่ายจากเงินทดรองราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีข้อยุติ ปัจจุบัน ปภ.ไม่มีการประกาศเขตภัยพิบัติในลักษณะดังกล่าวนานหลายปี

