เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ศูนย์อำนวยเฉพาะกิจป้องกั นและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จ.เชียงราย ภายในสำนักบริหารพื้นที่อนุรั กษ์ที่ 15 นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้ องถิ่นจากพื้นที่่ 4 อำเภอ ที่เกิดไฟไหม้จนมีจุดความร้ อนหรือฮอตสปอต เพื่อให้ชี้แจงกรณีเกิ ดฮอตสปอตดังกล่าว ซึ่งพบว่านับตั้งแต่ทาง จ.เชียงราย ประกาศห้ามเผา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.-17 เม.ย.ได้เกิดฮอตสปอตขึ้นแล้ วจำนวน 19 ครั้ง โดยเกิดขึ้นพื้นที่ อ.เมือง 1 ครั้ง อ.เวียงป่าเป้า 3 ครั้ง อ.เทิง 4 ครั้ง อ.พญาเม็งราย 3 ครั้ง อ.แม่จัน 1 ครั้ง อ.เชียงแสน 1 ครั้ง อ.ดอยหลวง 1 ครั้ง และ อ.ป่าแดด 5 ครั้ง โดยเกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3 ครั้ง ป่าสงวนแห่งชาติ 15 ครั้งและพื้นที่เกษตร 3 ครั้ง
รายงานระบุว่า ภายหลังการชี้แจงทางจังหวั ดให้ทุกพื้นที่ดังกล่าวได้ ลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู ร่วมกับทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในการป้องกันและแก้ไขปั ญหาการเกิดไฟไหม้ให้มีประสิทธิ ภาพให้มากขึ้นต่อไปด้วย
นายบุญส่งกล่าวว่า สาเหตุที่เรียกประชุ มครั้งนี้เพราะแม้มี การประกาศและเข้มงวดดังกล่าวแต่ ก็ยังคงเกิดเหตุไฟไหม้กันอยู่ แต่เมื่อได้ ตรวจสอบโดยตรงและสอบถามจากผู้ ปฏิบัติงานแล้วก็ทราบว่าสาเหตุ ที่ยังคงเกิดขึ้ นมาจากหลายสาเหตุ ทั้งเกิดจากความตั้งใจจะเผาเพื่ อเอาพื้นที่ ความตั้งใจและไม่ตั้ งใจของคนเผาหรือแม้แต่การกลั่ นแกล้งกัน รวมทั้งปัญหายังเกิดตามพื้นที่ รอยต่อระหว่างพื้นที่ทั้งระหว่ างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดข้างเคียง รวมทั้งพื้นที่มีความสูงชันเป็ นอันตราย การเข้าถึงจุดที่เกิดไฟไหม้เพื่ อดับทำได้ยากมาก ดังนั้นจะได้นำข้อมูลที่ได้รั บจากแต่ละพื้นที่มาปรับปรุงเพื่ อให้มีการปฏิบัติอย่างมีประสิ ทธิภาพหลังมีการลงนามเอ็มโอยูดั งกล่าวกันต่อไป

นายบุญส่งกล่าวอีกว่า ในช่วงระยะเวลาที่ เหลืออยู่นี้จะยังคงเข้มงวดต่ อไปเพราะบางพื้นที่ได้พิสูจน์ ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้ เช่น ต.วาวี อ.แม่สรวย รวมทั้งอำเภออื่นๆ ที่ไม่เกิดฮอตสปอตพบว่าในปีที่ ผ่านๆ มาเกิดฮอตสปอตรวมกันนับร้อยครั้ ง แต่ปีนี้ได้วางแผนตั้งศูนย์ ประจำตำบลและหมู่บ้าน ลาดตระเวน ฯลฯ เป็นอย่างดีจนในปีนี้ยังไม่เกิ ดฮอตสปอตแม้แต่จุดเดียวเลย ดังนั้นพื้นที่ที่เกิดฮอตสปอตก็ จะได้นำไปดำเนินการในพื้นที่ ของตนเองต่อไป
“ทั้งนี้ ในเดือน เม.ย.นี้ยังมีช่ วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งจะมีวันหยุ ดติดต่อกันหลายวันก็จะได้แจ้ งเตือนผู้บริหารท้องถิ่นทุกฝ่ ายไม่ให้เฉลิมฉลองกั นจนเมามายไปทั้งหมู่บ้าน เพราะการป้องกันการเกิดไฟไหม้ จะต้องไม่มีวันหยุด รวมทั้งหากพ้นระยะเวลา 60 วันดังกล่าวไปแล้วก็ให้มี การเผาอย่างเป็นระบบโดยไม่ให้ โหมเผาพร้อมกันต่อไปอีกด้วย” นายบุญส่งกล่าว

