‘เชียงราย’ดึง อปท.ทำเอ็มโอยู ย้ำเข้มงวดไม่ให้มีฮอตสปอต เตือนห้ามเมาช่วงสงกรานต์

27.03.17 | 19:40 น.
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ศูนย์อำนวยเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จ.เชียงราย ภายในสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้เรียกประชุมด่วนฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากพื้นที่่ 4 อำเภอ ที่เกิดไฟไหม้จนมีจุดความร้อนหรือฮอตสปอต เพื่อให้ชี้แจงกรณีเกิดฮอตสปอตดังกล่าว ซึ่งพบว่านับตั้งแต่ทาง จ.เชียงราย ประกาศห้ามเผา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.-17 เม.ย.ได้เกิดฮอตสปอตขึ้นแล้วจำนวน 19 ครั้ง โดยเกิดขึ้นพื้นที่ อ.เมือง 1 ครั้ง อ.เวียงป่าเป้า 3 ครั้ง อ.เทิง 4 ครั้ง อ.พญาเม็งราย 3 ครั้ง อ.แม่จัน 1 ครั้ง อ.เชียงแสน 1 ครั้ง อ.ดอยหลวง 1 ครั้ง และ อ.ป่าแดด 5 ครั้ง โดยเกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3 ครั้ง ป่าสงวนแห่งชาติ 15 ครั้งและพื้นที่เกษตร 3 ครั้ง
รายงานระบุว่า ภายหลังการชี้แจงทางจังหวัดให้ทุกพื้นที่ดังกล่าวได้ลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยูร่วมกับทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดไฟไหม้ให้มีประสิทธิภาพให้มากขึ้นต่อไปด้วย
นายบุญส่งกล่าวว่า สาเหตุที่เรียกประชุมครั้งนี้เพราะแม้มีการประกาศและเข้มงวดดังกล่าวแต่ก็ยังคงเกิดเหตุไฟไหม้กันอยู่ แต่เมื่อได้ตรวจสอบโดยตรงและสอบถามจากผู้ปฏิบัติงานแล้วก็ทราบว่าสาเหตุที่ยังคงเกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ ทั้งเกิดจากความตั้งใจจะเผาเพื่อเอาพื้นที่ ความตั้งใจและไม่ตั้งใจของคนเผาหรือแม้แต่การกลั่นแกล้งกัน รวมทั้งปัญหายังเกิดตามพื้นที่รอยต่อระหว่างพื้นที่ทั้งระหว่างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดข้างเคียง รวมทั้งพื้นที่มีความสูงชันเป็นอันตราย การเข้าถึงจุดที่เกิดไฟไหม้เพื่อดับทำได้ยากมาก ดังนั้นจะได้นำข้อมูลที่ได้รับจากแต่ละพื้นที่มาปรับปรุงเพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพหลังมีการลงนามเอ็มโอยูดังกล่าวกันต่อไป
นายบุญส่งกล่าวอีกว่า ในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้จะยังคงเข้มงวดต่อไปเพราะบางพื้นที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้ เช่น ต.วาวี อ.แม่สรวย รวมทั้งอำเภออื่นๆ ที่ไม่เกิดฮอตสปอตพบว่าในปีที่ผ่านๆ มาเกิดฮอตสปอตรวมกันนับร้อยครั้ง แต่ปีนี้ได้วางแผนตั้งศูนย์ประจำตำบลและหมู่บ้าน ลาดตระเวน ฯลฯ เป็นอย่างดีจนในปีนี้ยังไม่เกิดฮอตสปอตแม้แต่จุดเดียวเลย ดังนั้นพื้นที่ที่เกิดฮอตสปอตก็จะได้นำไปดำเนินการในพื้นที่ของตนเองต่อไป
“ทั้งนี้ ในเดือน เม.ย.นี้ยังมีช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งจะมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันก็จะได้แจ้งเตือนผู้บริหารท้องถิ่นทุกฝ่ายไม่ให้เฉลิมฉลองกันจนเมามายไปทั้งหมู่บ้าน เพราะการป้องกันการเกิดไฟไหม้จะต้องไม่มีวันหยุด รวมทั้งหากพ้นระยะเวลา 60 วันดังกล่าวไปแล้วก็ให้มีการเผาอย่างเป็นระบบโดยไม่ให้โหมเผาพร้อมกันต่อไปอีกด้วย” นายบุญส่งกล่าว