เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 นายชัยดิษฐ ลิมปิสวัสดิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลมีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบความปลอดภัยรถบรรทุกผู้ต้องขัง ประกอบด้วย รถกระบะมีหลังคาบรรจุผู้โดยสารได้ 5 คน และรถ 6 ล้อบรรจุได้ 25-30 คน ยืนยันว่ามีมาตรฐานเพียงพอ โดยเฉพาะการใช้เข็มขัดนิรภัยในการเดินทาง ซึ่งขณะนี้เรือนจำประจวบคีรีขันธ์ต้องรับส่ง-ผู้ต้องขังจากเขตอำนาจศาลจังหวัดหัวหิน ทุกวันมีระยะทางไปกลับกว่า 230 กิโลเมตร (กม.) จึงสั่งการให้เน้นมาตรการความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษ
“เนื่องจากเป็นการขนส่งผู้ต้องขังระยะทางไกล ที่ผ่านมาในจังหวัดอื่นเคยมีปัญหาจากการใช้เข็มขัดนิรภัยระหว่างเดินทาง หลังจากมีผู้ต้องขังบางรายใช้ชิ้นส่วนโลหะของเข็มขัดเป็นเครื่องมืองัดตรวนข้อเท้าเพื่อหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตีตรวนคู่สำหรับผู้ต้องขังชาย พร้อมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เรือนจำรักษาความปลอดภัยตลอดการเดินทาง” ผบ.เรือนจำกล่าว
นายชัยดิษฐ์กล่าวอีกว่า เรือนจำประจวบคีรีขันธ์มีผู้ต้องขังกว่า 2,400 ราย เกินจากอัตราที่กำหนด ทำให้สภาพความเป็นอยู่ภายในค่อนข้างแออัด ซึ่งณะนี้อากาศร้อนอบอ้าวมีการย้ายผู้ต้องขังบางส่วนไปเรือนจำแห่งอื่นในพื้นที่ใกล้เคียง และล่าสุดกรมราชทัณฑ์ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อขยายพื้นที่ พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ คาดว่าสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันมีการจัดหาพื้นที่แห่งใหม่ที่ อ.หัวหิน สำหรับการก่อสร้างเรือนจำหัวหินเพื่อรองรับเขตอำนาจศาลหัวหินใน อ.สามร้อยยอด อ.ปราณบุรี และ อ.หัวหิน ซึ่งมีจำนวนผู้ต้องหาขังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

