โต้กรมประมง ปลาหมอคางดำ มีแต่เพิ่มขึ้น แนะใช้ไฟชอร์ต เร่งกำจัด
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ดร.ชวลิต วิทยานนท์ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และอดีตคณะกรรมการแก้ไขปลาหมอคางดำ กรมประมง เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณปลาหมอคางดำในน่านน้ำประเทศไทยไม่ได้ลดลงเลย ในทางตรงข้ามกลับยิ่งเพิ่มปริมาณมากขึ้น เดิมทีระบาดอยู่ใน 19 จังหวัด ล่าสุดมีชาวบ้านที่ จ.ตราด ถ่ายรูปมาให้ดูว่าพบในพื้นที่ จ.ตราด รวมเวลานี้ สรุปว่าเราเจอปลาหมอคางดำในประเทศไทยรวม 20 จังหวัด คาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 8 พันตัน มากที่สุดคือที่ จ.สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รองๆ ลงมาคือ นนทบุรี นครปฐม ในคลองพื้นที่กรุงเทพฯก็พบในปริมาณพอสมควร เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา หน้ารัฐสภา หรือในคลอง ที่อยู่รอบๆ ทำเนียบรัฐบาลและวัดเบญจมบพิตร
เมื่อถามว่า ทำไมปริมาณปลาหมอคางดำถึงไม่ลดลงเลยและยังเพิ่มปริมาณขึ้นมาอีก ดร.ชวลิตกล่าวว่า แนวทางการจัดการให้หมดไปภายในเวลาที่กำหนดนั้นสามารถทำได้ แต่รัฐบาลไม่ได้เอาจริงเอาจัง ไม่ยอมลงทุน เช่น ก่อนหน้านี้กรมประมงของบประมาณเพื่อดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำ 450 ล้านบาท แต่ได้รับมาเพียง 100 ล้านบาท ในช่วงที่ตนยังเป็นกรรมการเรื่องนี้นั้น ถ้าจำตัวเลขไม่ผิดเงินที่ใช้ดำเนินการไปนั้นเพิ่งใช้ไปแค่ 10 ล้านบาทเท่านั้น แต่เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมาจากตำแหน่ง รัฐมนตรีคนใหม่จึงตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา ตนไม่ทราบว่าตอนนี้ใช้งบประมาณไปเท่าไร แต่ที่รู้คือปริมาณปลาหมอคางดำไม่ได้ลดลงเลย
เมื่อถามว่า แนวทางจัดการที่กรรมการชุดแรกวางเอาไว้นั้นจะต้องทำอย่างไร ดร.ชวลิตกล่าวว่า ต้องออกล่า เอามาจัดการ ทั้งกิน ทั้งทำปุ๋ย ซึ่งงบประมาณคือ ต้องเอาไปให้ชาวบ้านจับแล้วเอามาขาย แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านยังขาดแรงจูงใจในการจับ เพราะขายไม่ได้ หรือขายไม่ได้ราคา เช่น ตอนนี้ราคาปลาขนาดเล็กที่เอาไปทำปุ๋ย ราคากิโลกรัมละ 10-15 บาท ตัวใหญ่ที่เอาไปกิน กิโลกรัมละ 20-30 บาท จังหวัดที่ทำเรื่องนี้ได้ผลค่อนข้างดีคือ จ.สมุทรสาคร โดยที่ผ่านมาสามารถจับได้มากถึง 2 พันตัน แต่ตนไม่ทราบว่าในแหล่งน้ำหลายๆ ที่ของพื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณเพิ่มมากแค่ไหน
เมื่อถามว่า การล่าปลาหมอคางดำที่ดีที่สุดทำได้อย่างไร ดร.ชวลิตกล่าวว่า นอกจากจับโดยเครื่องมือประมงทั่วไปแล้ว ยังสามารถใช้ไฟชอร์ต ที่สามารถทำได้ ซึ่งเวลานี้กฎหมายใหม่ของกรมประมงอนุญาตให้สามารถใช้ไฟชอร์ตปลาได้แล้ว แต่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถปรับระดับไฟได้ อย่างไรก็ตามการจัดการปลาหมอคางดำนั้นรัฐบาลจะต้องยอมลงทุนและมีความจริงจังมากกว่านี้

