
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ สน.พลับพลาไชย 2 พ.ต.อ.สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 พ.ต.ท.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ รอง ผกก.สส.สน.พลับพลาไชย 2 พ.ต.ท.สุรพล ทรัพย์วงศ์ปัญญา สว.สส. และ ร.ต.อ.กิตติเมธ สาคุณ รอง สว.สส. ร่วมกันนำกำลังฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย 2 จับกุมนายสุวินัย ใจซื่อ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์ พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมวกกันน็อกสีดำ 2 ใบ กระเป๋าถือสตรี ยี่ห้อ KATE SPADE สีดำสลับขาว โทรศัพท์ไอโฟน 7 เงินสด 220 บาท กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ MICHAEL KORS บัตรเครดิต 2 ใบ บัตรเดบิต 2 ใบ บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ และใบขับขี่ โดยจับกุมได้บริเวณทางเดินเท้าถนนเจริญราษฎร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตยานนาวา

หลังจากขณะที่ ร.ต.อ.กิตติเมธ สาคุณ และ ร.ต.ท.ยศวัฒน์ เอี๋ยวภูเก็ต รอง สว.สส.กำลังออกปฏิบัติหน้าที่มาถึงปากซอยเจริญกรุง 33 ตรงข้ามเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาตลาดน้อย ถนนเจริญกรุง แขวงและเขตสัมพันธวงศ์ พบผู้เสียหายทราบชื่อนางปวีณา มาศเกษม อายุ 32 ปี อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ตะโกนให้ช่วยเหลือว่าถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ โดยคนร้ายเป็นชาย 2 คน ทราบชื่อนายสุวินัย ใจซื่อ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ และนายประเวช เลิศพึ่งดี ผู้ต้องหาที่หลบหนี โดยนายสุวินัยเป็นคนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ส่วนนายประเวชเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ กระชากเอากระเป๋าถือไปจากมือผู้เสียหายแล้วพากันขี่รถหลบหนีไปทางถนนข้าวหลาม แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์

จากนั้น ร.ต.อ.กิตติเมธ และ ร.ต.ท.ยศวัฒน์ใช้วิธีติดตามสัญญาณโทรศัพท์ของผู้เสียหายด้วยระบบมายไอโฟน จนพบผู้ต้องหาทั้งสองบริเวณทางเดินเท้าถนนเจริญราษฎร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตยานนาวา เมื่อไปถึงนายประเวชกลับวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่สามารถจับกุมนายสุวินัย ไว้ได้

สอบสวนนายสุวินัยรับว่า มีอาชีพค้าขายขนมโดนัทในตลาดนัดย่านฝั่งธนบุรี แต่เงินไม่พอใช้จ่าย เนื่องจากชื่นชอบการซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ เพื่อไปเที่ยวเตร่ตามสถานบันเทิงยามค่ำคืน ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุกับชาวญี่ปุ่นแล้วถูกตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อจับกุมและมีการแถลงผลการจับกุมไปแล้ว กระทั่งพ้นโทษจากเรือนจำมาเมื่อปี 2558 จึงชักชวนเพื่อนที่หลบหนีมาก่อเหตุอีกครั้ง มักจะตระเวนขี่รถจักรยานยนต์ตามท้องถนนพร้อมกับสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า และร่วมกันกระชากกระเป๋าของผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาวและชาวต่างชาติ โดยจะก่อเหตุประมาณ 3-4 ครั้ง/คืน จากนั้นจะนำทรัพย์สินมาแบ่งกัน โดยนายสุวินัยจะได้เป็นเงินสด ส่วนนายประเวชจะนำโทรศัพท์ไปขายต่อ และที่เหลือจะโยนทิ้งตามคลองก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

ทั้งนี้จากการขยายผลพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุมาแล้ว 17 ครั้ง ท้องที่ สน.พลับพลาไชย 2 จำนวน 5 ครั้ง สน.จักรวรรดิ 2 ครั้ง สน.ลุมพินี 8 ครั้ง สน.บางรัก 1 ครั้ง และ สน.ยานนาวา 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เชื่อว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุมาแล้วกว่า 30 ครั้ง เนื่องจากเป็นมืออาชีพ หากผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถติดต่อมายัง สน.พลับพลาไชย 2 ได้ทันที ส่วนผู้ต้องหาอีกรายที่ยังคงหลบหนีอยู่ ทางตำรวจอยู่ระหว่างเตรียมออกหมายจับและเร่งติดตามตัวมาให้ได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร
