จเรตำรวจ ถกตัวแทนทูต 14 ชาติ แก้แก๊งคอล เผย ยังพบต่างชาติ ข้ามฝั่งแม่สอดไปทำงาน

26.03.25 | 16:33 น.

จเรตำรวจแห่งชาติ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์กับตัวแทนทูต ฝ่ายตำรวจจากประเทศต่างๆ  รวม 14 ประเทศ  


เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เปิดเผยก่อนเป็นประธานประชุมร่วมกับ ตัวแทนทูต รวมถึงตัวแทนฝ่ายตำรวจจากประเทศต่างๆรวม 14 ประเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ แทนซาเนีย อิตาลี เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ลาว เคนยา สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย รัสเซีย มาเลเซีย

เพื่อทำความเข้าใจ เกี่ยวกับสถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากที่ไทยได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น ในเรื่องของการตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตนานกว่า 2 เดือน โดยเฉพาะฝั่งชายแดนแม่สอด เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา

ขณะนี้ทราบว่า หลังจากเปิดปฏิบัติการดังกล่าว สามารถควบคุมตัว แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้กว่า 8,000 ราย ก่อนส่งกลับไปประเทศต่างๆแล้วกว่า 5,000 ราย เหลืออีกกว่า 2,000 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอประเทศต่างๆ ประสานนำตัวกลับประเทศต้นทาง ยอมรับว่า มีปัญหาเรื่องการขนส่ง และงบประมาณ เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา ซึ่งไม่มีสถานทูตในประเทศไทย ทำให้ต้องมีการประสานงานกันหลายฝ่าย

Advertisement

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า ยังมีข้อมูลว่ามีชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาไทยไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เข้าไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือทำงานประเภทอื่นๆ อีกทั้งยังมีชาวต่างชาติบางส่วน ที่ลักลอบเดินทางจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย เพื่อหลบหนีเพื่อไปยังประเทศที่ 3 หลังมีการปราบปรามอย่างหนัก รวมถึงยังพบปัญหาเรื่องการขนย้ายอุปกรณ์ ที่ลักลอบผ่านเข้าไทย เพื่อนำเข้าไปยังประเทศกัมพูชา แต่ทางเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองสามารถจับกุมตัวได้ เช่น Star Link หรือตัวส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถจับกุมได้กว่า 150 เครื่อง บริเวณใกล้ชายแดน

พล.ต.อ.ธัชชัย  กล่าวต่อว่าที่ผ่านมาทางศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชาสัมพันธ์ ไปยังชาวต่างชาติ แต่ยังพบว่าชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทยส่วนใหญ่สมัครใจที่จะไปทำงานประเทศเพื่อนบ้านผ่านทางแม่สอด จังหวัดตาก โดยจากข้อมูลยังไม่พบว่าชาวต่างชาติถูกล่อลวงหรือบังคับจากสนามบิน โดยเฉพาะกรณีของชาวเอธิโอเปีย ที่อ้างว่าถูกคลุมหัวจากสนามบิน มอมยา และบังคับข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลยังไม่พบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด เพราะการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นได้ยากเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ประจำด่านคอยตรวจสอบตลอดทาง

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่าในการประชุมวันนี้จะมีการสอบถามไปยังประเทศต่างๆเกี่ยวกับมาตรการของไทย ที่ดำเนินการทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลงหรือไม่ หรือมีสถิติอย่างไร แต่จากการประสานข้อมูลกับทางการจีนอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า สถิติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากสหรัฐอเมริกาและสปป.ลาวเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อหารือและสังเกตการณ์ เกี่ยวกับการจัดอันดับเทียร์ และปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งไม่ได้มีการพูดถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาขึ้นแบล็คลิสต์ข้าราชการไทยกว่า 40 คน โดยส่วนตัวไม่ทราบเหมือนกันว่าตน เป็น 1 ใน 40 คน ที่ถูกขึ้นแบล็คลิสต์หรือไม่ แต่ขอภาวนาว่าไม่ให้เป็นแบบนั้น  ส่วนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีใครบ้างนั้น ตนเองไม่ทราบ รวมถึงไม่ทราบรายละเอียด รายชื่อเจ้าหน้าที่ข้าราชการไทยที่ถูกขึ้นแบล็คลิสต์

สำหรับประเทศเมียนมาและกัมพูชาที่เป็นปัญหาหนัก เกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์วันนี้ไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมเนื่องจากติดธุระ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการปฏิเสธความร่วมมือกับทางการไทยแต่อย่างใด