วันที่ 28 มีนาคม 2560 ความคืบหน้ากรณีพบสารบีทีซึ่งใช้กำจัดแมลงดำหนาม ถูกเก็บไว้เป็นจำนวนมากในห้องประชุมอำเภอหลังเก่าจนหมดอายุ นายสุวิทย์ พุกกะเวส นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดซื้อดังกล่าวเบื้องต้นทราบจากเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดว่า มีการมอบหมายให้นายอำเภอเมืองฯเป็นผู้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2555 ขณะที่ตนเพิ่งมารับตำแหน่งไม่นาน แต่ภายหลังทราบว่าผลิตภัณฑ์สาร บีที ที่บริษัทเอกชนนำมาจำหน่ายไม่มีการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร จึงแจ้งยกเลิกสัญญาและไม่มีการจ่ายงบประมาณ 32.8 ล้านบาท และไม่ได้นำสินค้ากลับไป ต่อมาผู้เสียหายจึงร้องศาลปกครองแต่คดียังไม่ถึงที่สุด สำหรับกระบวนการขั้นตอนการจัดซื้อทั้งหมด
“ขอให้สื่อมวลชนทำหนังสือยื่นถึงผม เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสาร หากมีการตั้งข้อสังเกตกรณีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อย่างไร จากกรมวิชาการเกษตรในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หรือ กรมวิชาการเกษตร รับรองผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายใดก่อนการจัดซื้อ การจัดซื้อด้วยวิธีการตกลงราคามีการติดต่อกับบริษัทเอกชนกี่ราย รวมทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินเพื่อจัดซื้อสาร บีที ตั้งแต่ปี 2553 – 2555 มีการจัดซื้อสาร บีที กี่ครั้งด้วยงบประมาณจำนวนเท่าใด มีการตรวจสอบโดย ปปช. สตง และ ปปท.หรือไม่” นายสุวิทย์ กล่าว
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม 2555 ปัญหาจากการจัดซื้อสาร บีที ไม่มีคุณภาพที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเกษตรอำเภอแห่งหนึ่ง แสดงความไม่พอใจถึงกับเกิดความเครียดในขั้นตอนการจัดซื้อ จึงนำขวดสาร บีที มาขว้างใส่อาคารสำนักงานเกษตรจังหวัด แต่ผู้บริหารหน่วยงานไม่มีการเอาผิดทางวินัย หลังจากประชาชนในพื้นที่นำสาร บีที ที่รับแจกมากองไว้เป็นจำนวนมากที่สำนักงานเกษตรอำเภอ จากนั้นมีการเจรจาให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยุติการร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบการซื้อยาปลอม สำหรับการจัดซื้อสาร บีที ดังกล่าวหากต้องการใช้ให้ผลในการปราบหนอนหัวดำจะต้องมีการจัดซื้อจากต่างประเทศเท่านั้น แต่พบว่าการจัดซื้อตั้งแต่ปี 2553 ใช้ไม่ได้ผลทำให้ปัจจุบันยังมีการระบาดอย่างรุนแรงของหนอนหัวดำในพื้นที่เกือบ 1 แสนไร่แล้ว

