วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ 7 ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม รวมตัวกันปิดล้อมไม่ให้เจ้าหน้าที่ก่อสร้างท่าเทียบเรือโครงการคลังแก๊สแอลพีจี ของบริษัท เอ็นเอสแก๊สแอลพีจี จำกัด หลังบริษัทได้ขออนุญาตก่อสร้างคลังแก๊สดังกล่าวในพื้นที่ริมทะเลหมู่ 7 ต.แหลมใหญ่ แม้ชาวบ้านจะออกมาคัดค้านโครงการนี้ และการประชาคมเมื่อวันที่ 18 ม.ค.59 ที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้บริษัท เอ็นเอสแก๊สแอลพีจี จำกัด ชะลอการก่อสร้างคลังแก๊ส เพื่อรอการตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพราะกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน รวมทั้งพื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตชุ่มน้ำ ซึ่งอาจจะขัดต่ออนุสัญญาแรมซ่า แต่ว่าบริษัทยังคงเดินหน้าใช้เครื่องจักรกลหนักเร่งก่อสร้าง จนทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันออกมาคัดค้าน และร้องให้ตรวจสอบการก่อสร้างท่าเทียบเรือ หลังมีการวางเสาเข็มในทะเลระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ เกรงการก่อสร้างจะรุกล้ำทะเล และกีดขวางเส้นทางเข้าออกเรือประมงพื้นบ้าน
นายชวน เกิดทองดี อายุ 52 ปี กล่าวว่าตนและชาวบ้านในพื้นที่ทำอาชีพประมงโดยใช้คลองน้อยแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักในการสัญจรเข้าออกทะเลกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นประจำทุกวัน จู่ๆ คลังแก๊สจะมาสร้างท่าเทียบเรือปิดคลอง ชาวบ้านจะใช้เส้นทางไหนเข้าออกทำมาหากินเลี้ยงปากท้องเลี้ยงดูครอบครัว ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านพยายามร้องเรียนไปหลายหน่วยงานก็ไม่มีหน่วยงานไหนตอบกลับมาว่าถูกต้องตามกระบวนการหรือไม่ ชาวบ้านก็จะเข้าใจ แต่ที่ผ่านมายังไม่ตอบอะไรกลับมาเลยจู่ๆ จะมาทำ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านรับไม่ได้ แล้วในอนาคตลูกหลานของพวกตนจะอยู่กันอย่างไร

นายพรชัย นาคจันทร์ อายุ 40 ปี และนางพะเยา คลองชิด อายุ 49 ปี กล่าวว่าตนอยากทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คืนความสุขหรือฝากความทุกข์ให้ประชาชน ที่ผ่านมาชาวบ้านทุกข์มาก วอนให้ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลชาวบ้านด้วย ที่ผ่านมาออกทำประมงไม่ได้จะไม่มีกินอยู่แล้ว
นายสุพจน์ เฟื้องฟุ้ง อายุ 44 ปี และนายศักดิ์ดา กันภัย อายุ 30 ปี อ้างว่าชาวบ้านได้รับแจ้งจากผู้นำท้องที่ว่าท่าเทียบเรือแห่งนี้ ชาวบ้านไม่สามารถคัดค้านได้ และเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ก็ไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากเจ้าของคลังแก๊สนี้อ้างว่าเป็นเส้นสายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชาวบ้านจึงอยากทราบว่าข้อมูลนี้เป็นจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ชาวบ้านมารวมตัวกันไม่ให้ก่อสร้างมีเพียงนายธนกร ลมสูงเนิน เจ้าหน้าที่บริษัท อินเทนซีฟเม็คคะนิก จำกัด บริษัทผู้รับเหมา อยู่เท่านั้น จึงหยุดการก่อสร้าง เพื่อรอให้ชาวบ้านกับบริษัท เอ็นเอสแก๊สแอลพีจี จำกัด เจ้าของคลังแก๊สแอลพีจีแห่งนี้เจรจากันได้ข้อยุติ ชาวบ้านจึงพอใจแยกย้ายกันกลับอย่างสงบ
สำหรับโครงการก่อสร้างคลังแก๊สแอลพีจีแห่งนี้ตั้งบริเวณชายฝั่งทะเลหมู่ 7 ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เนื้อที่กว่า 43 ไร่ ประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารสำนักงาน, ติดตั้งบัลล์(ถังบรรจุแก๊ส)ขนาดใบละ 1,000 ตัน จำนวน 8 ใบ ระยะแรกจะก่อสร้าง 4 ใบก่อน และท่าเทียบเรือ 1 ท่า

