หน้าแรก ในประเทศ ร้องตรวจสอบ&#...

ร้องตรวจสอบ’อาคารโซลาร์เซลล์’ งบ 80 ล้านบนเกาะลิบง ถูกปล่อยร้าง 10 ปี ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์

29.03.17 | 10:57 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนภาคประชาสังคมและชาวบ้านบนเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เรียกร้องให้กรมพลังงานฯ เข้ามาแก้ไข อาคารโซลาร์เซลล์ที่ก่อสร้างภายในเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง หลังจากที่ก่อสร้างเมื่อปี 2543 จนถึงวันนี้ถูกปล่อยทิ้งให้ชำรุด รกร้าง ใช้การไม่ได้ ทั้งที่ใช้งบประมาณการก่อสร้างไปในวงเงินงบประมาณ 80 ล้านบาท ทำให้ชาวตำบลเกาะลิบงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากผลผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ได้ โดยการก่อสร้างแผงอาคารโซลาร์เซลล์เป็นความร่วมมือ ขอการจัดทำโครงการวิจัยและสาธิตระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ โดย NEDO เป็นผู้จัดหางบประมาณและสนับสนุนทางวิชาการ ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาสำรวจข้อมูลออกแบบ ติดตั้งระบบพร้อมจัดหาอุปกรณ์ทั้งหมด บนเกาะลิบง เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ใช้สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าทดแทนจากแสงอาทิตย์ และตั้งเป้าจะผลิตกระแสไฟฟ้าใช้บนเกาะ และขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จได้ส่งมอบให้กรมพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานเป็นเจ้าของดูแลบำรุงรักษา เพื่อให้ประชาชนบนเกาะลิบงที่มีกว่า 800 ครัวเรือน หรือประมาณ 4,000 คน ได้ใช้ประโยชน์จากแผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ต่อมาปี 2542 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ก่อสร้างและติดตั้งระบบไฟฟ้าผ่านสายเคเบิลใต้น้ำเข้าเกาะลิบง ส่งผลให้ทางกระทรวงพลังงานก็ได้ถอดแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์แผงควบคุมไฟฟ้าที่อยู่บริเวณด้านนอกและภายในอาคารส่วนหนึ่งออกไปไปติดตั้งที่จังหวัดจนไม่สามารถใช้การได้มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งได้ส่งมอบอาคารโซลาร์เซลล์ให้ อบต.เกาะลิบงดูแล จากการตรวจสอบอาคารแผงโซลาร์เซลล์ ล่าสุดพบว่าเสาติดตั้งแผงถูกยกไป ส่วนแผงโซลาร์เซลล์มีคราบไคลเกาะติด มีหญ้า ต้นไม้ขึ้นปกคลุมรกร้าง บางส่วนแตกร้าว ตัวอาคารก็อยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม โดยเฉพาะระบบควบคุมวงจรไฟฟ้าซึ่งอยู่ภายในอาคาร ถูกรื้อและทิ้งไว้จนเสียหาย ฟ้าเพดานพังเสียหาย จนไม่สามารถใช้การ ทำให้งบประมาณก่อสร้าง 80 ล้านบาท ถูกผลาญไปโดยไร้ประโยชน์

นายสิทธิพร จิเหลา นายก อบต.เกาะลิบง กล่าวว่า โซลาร์เซลล์ก่อสร้างมากว่า 10 ปี ประมาณปี 2545 สร้างเสร็จกระทรวงพลังงานดูแลร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพราะช่วงนั้นบนเกาะลิบงยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ต้องใช้เครื่องปั่นไฟดีเซลล์ แต่หลังจากที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เดินระบบเคเบิลใต้น้ำ เพื่อนำกระแสไฟฟ้ามาให้ชาวบ้านบนเกาะ ก็ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์อีกเลย จึงมีการปล่อยทิ้งให้รกร้าง มีการรื้อแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบแผงควบคุมวงจรไฟฟ้าออก และเมื่อปล่อยทิ้งร้างไว้ ทางกรมพลังงานได้โอนให้มาอยู่ในความดูแลของ อบต.เกาะลิบง ซึ่งขณะนั้นระบบแผงควบคุมวงจรไฟฟ้าเสียหายไปแล้ว ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ อบต.ทำได้เพียงแค่ดูแลรักษาทรัพย์สินเอาไว้ให้เท่านั้น เพราะ อบต.ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม ทรัพย์สินข้างในก็รกร้างเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถใช้งานได้

“ทาง อบต.จึงอยากให้ทางกระทรวงหรือกรมพลังงานส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และนำงบประมาณลงมาบูรณะซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม ปัจจุบัน อบต.ต้องจ่ายค่าไฟให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสูงมากเดือนละประมาณ 60,000-70,000 บาท จึงอยากให้กระทรวงพลังงานลงมาดูแล ปรับปรุงให้โซลาร์เซลล์แห่งนี้ได้เกิดประโยชน์เหมือนเดิม”

ด้านนายประชุม เจริญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 เกาะลิบง กล่าวว่า เกาะลิบงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและมีทรัพยากรที่อุดมสมบุรณ์ โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเล เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันที่พัฒนาให้เกาะลิบงเป็นพื้นที่เกาะสีเขียว ปลอดมลพิษในทุกด้าน ถ้ากระทรวงหรือกรมพลังงาน การปรับปรุงซ่อมแซมแผงโซลาร์เซลล์กลับมาใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิมเป็นเรื่องที่ชาวตำบลเกาะลิบงมีความต้องการเป็นอย่างมาก จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาปรับปรุงซ่อมแซมให้โครงการความร่วมมือร่วมด้านพลังงานไทย-ญี่ปุ่น จากแผงโซลาร์เซลล์ มูลค่าประมาณ 80 ล้าน ที่ปล่อยทิ้งร้างไว้คาเกาะ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิม

Advertisement