ตร.ภ.4 อบรมจุดตรวจ 76 แห่งทั่วอีสานบน หลังปปส.ตั้งระบบสืบค้นผ่านอ่านป้ายทะเบียน

29.03.17 | 16:50 น.

วันที่ 29 มี.ค.2560 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมใจประดิษฐ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพผู้ปฎิบัติงานประจำจุดตรวจ จุดสกัดยาเสพติด ตร.ภ.4 ซึ่ง กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (บก.สส.ภ.4) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส.ภ.4 ได้กำหนดจัดการฝึกอบรมขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำในจุดตรวจหลักในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน เข้าร่วมรับการฝึกอบรมครั้งนี้รวมกว่า 100 คน

พล.ต.ต.เจริญวิทย์  กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามยาเสพติดและปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ที่รับผิดชอบ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ซึ่งแม้จะมีผลการจับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่กำลังเจ้าหน้าที่ยังคงต้องเพิ่มศักยภาพในการปฎิบัติงาน โดยเฉพาะจุดตรวจหลัก 76 จุดที่กระจายอยู่ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ที่กำลังเจ้าหน้าที่จะต้องหูไว ตาไว และสามารถตรวจสอบรถหรือบุคคลต้องสงสัยได้ทันที ซึ่งในขณะนี้ บช.ภ.4 ได้ประสานการทำงานร่วมกับ ปปส.ภ.4 ติดตั้งระบบตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนรถและการสืบค้นข้อมูลประวัติอาชญากรรมหรือสืบค้นตัวบุคคลได้ทันที โดยจุดตรวจอ่านแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ หรือ License Plate ที่มีการติดตั้งไปแล้วทั้ง 76 จุด วันนี้จึงจะต้องนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานประจำจุดมาเรียนรู้ระบบ และเพิ่มความสามารรถในการใช้อุปกรณ์ โดยเฉพาะกับการตรวจสอบและอ่านแผ่นป้ายทะเบียนรถที่เชื่อมตรงกับฐานข้อมูลเลขทะเบียน การระบุถึงรูปพรรณของรถ รวมทั้งผู้ครองครอง เพื่อนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด

“ผมได้ไปตรวจการดำเนินงานและการปฎิบัติงานของ สภ.โคกงาม จ.เลย ซึ่งเป็น 1 ใน 76 จุดตรวจอัตโนมัติ ซึ่งพบว่าสามารถที่จะสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดหรือการป้องปรามปัญหาอาชญากรรมที่มีผลการปฎิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ ทั้งยังคงเป็นจุดตรวจที่ให้บริการประชาชนได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นการนำเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ที่จะต้องอยู่ประจำจุดตรวจหลักทั้ง 76 จุด ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง คัดเลือกมาจุดละ 2 นาย มาเรียนรู้ระบบการทำงานและรับทราบถึงการใช้เครื่องมือดังกล่าว จะส่งผลต่อการขยายข้อมูลการใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องให้กับผู้ปฎิบัติงานในโรงพักตนเองและสามารถที่จะป้องปราม รวมทั้งสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายหรือปัญหาอาชญากรรมต่างๆที่จะเข้ามาในพื้นที่หรือใช้เส้นทางผ่านไปในพื้นที่ต่างๆได้โดยทันที” พล.ต.ต.เจริญวิทย์ กล่าว

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า จุดตรวจอัตโนมัติดังกล่าวนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานได้รับแจ้งถึงรูปพรรณของรถหรือผู้ต้องสงสัยที่ใช้รถผ่านจุดตรวจ จะสามารถที่จะนำภาพรถยนต์ต้องสงสัยดังกล่าว มาทำการตรวจสอบประวัติและการถือสิทธ์การครองได้ทันที เพื่อนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนขยายผลหรือการแจ้งข้อมูลไปยังจุดตรวจถัดไปเพื่อสกัดกั้นจับกุม หรือหากได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน และพบการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานหรือชุดสืบสวนยังคงสามารถเข้าทำการตรวจสอบและแกะรอยคนร้ายจนนำไปสู่การจับกุมในพื้นที่ต่างๆได้อีกด้วย