คุณหญิงณัฐิกา เผยในหลวง ร.9 ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ทำงานเพื่อผู้อื่น พร้อมเดินรอยตาม-ส่งต่อลูกหลาน

30.03.17 | 13:28 น.

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 148 ประชาชนจากทั่วประเทศยังคงเดินทางมาสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม หลังสำนักพระราชวัง ปิดเวลา 21.11 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 31,018 คน รวม 147 วัน มี 5,708,929 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,283,235.42 บาท รวม 147 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 472,138,275.01 บาท

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เผยความรู้สึกหลังเข้าเป็นเจ้าภาพว่า ปลื้มปีติมาก ที่มีโอกาสได้มาร่วมแสดงความจงรักภักดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้าย ส่วนเรื่องของการทำงานทั้งในเรื่องส่วนตัวและส่วนขององค์กรทั้ง 22 แห่งทั่วประเทศ เราวางเป้าหมายสำหรับสมาชิกเอาไว้ว่า ต้องเจริญรอยตามการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะทรงเน้นด้านใด เช่น ด้านการศึกษา การสาธารณสุข ฯลฯ สมาชิกองค์กรจะพยายามเดินรอยตามแนวพระราชดำริของพระองค์ที่ทรงวางไว้ และแน่นอนที่สุดสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอ องค์กรของเราอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงต้องถวายความจงรักภักดีต่อพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งรัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการเทิดทูนในเรื่องว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่มีความกตัญญูอย่างสูง อันนี้เป็นอีกด้านหนึ่งที่สมาพันธ์พยายามเน้น เมื่อทุกคนมีความพร้อมในตัวเองอยู่แล้ว เราก็ต้องมีความกตัญญูต่อแผ่นดิน ที่ทำให้เราเจริญเติบโตและมีความสุขในแผ่นดินมาโดยตลอด

“โดยเฉพาะในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ซึ่งเราเกิดมาก็เห็นพระองค์และดีใจที่ได้อยู่จนมีโอกาสได้ส่งเสด็จฯ แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจ เพราะอยากให้พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจให้ประชาชนชาวไทยไปตราบนานเท่านาน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เราจะต้องดำเนินรอยตามพระองค์ตลอดไป ที่ขาดไม่ได้คือต้องส่งต่อให้รุ่นต่อๆ ไป แม้ว่ารุ่นหลาน รุ่นลูก หรือเครือข่าย อันนี้ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน สำหรับตนสิ่งที่เน้นย้ำในการเจริญรอยตามพระองค์นั้น ในการดำเนินวิชาชีพ เน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต มีความโปร่งใส จริยธรรม ประพฤติตนเป็นคนดี เป็นแบบอย่างให้สังคม ในส่วนของชีวิตส่วนตัวเอง เวลาจะทำอะไรจะนึกถึงความเสียสละของพระองค์ ทรงคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ขณะเดียวกันการทำอะไรต้องทำอย่างต่อเนื่อง มันถึงจะเกิดผลสำเร็จ นี่คือแบบอย่างที่ได้รับจากพระองค์ ตลอด 70 ปี เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองตลอดเวลาว่าบางครั้งก็นึกอยากสบายอยากจะหยุดบ้าง แต่พอเห็นพระองค์แล้วก็ต้องปลุกตัวเองขึ้นมาใหม่ ตรงนี้ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญทำให้เรายังยืนหยัดอยู่มาถึงวันนี้ ซึ่งพระองค์ไม่มีความจำเป็นต้องทรงเหนื่อยยากขนาดนี้ แล้วเราเป็นใคร และเราไม่ควรจะเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ตราบใดที่เรายังสามารถเป็นผู้ให้ได้ อีกทั้งพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของผู้ใหญ่ที่ประเสริฐที่สุด” คุณหญิงณัฐิกากล่าว

อุไรวรรณ เกษวิเศษ และลูกสาว

นางอุไรวรรณ เกษวิเศษ อายุ 48 ปี พนักงานบริษัท และบุตรสาว ด.ญ.ปวริศา เกษวิเศษ อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนอนุบาลวัดนางใน ซึ่งเดินทางมาสักการะพระบรมศพจากจังหวัดอ่างทอง โดย นางอุไรวรรณกล่าวว่า เดินทางจากอ่างทองเมื่อตอนตี 5 โดยรถเมล์ก่อนจะมาเข้าคิวในช่วงเช้า เพื่อเข้ามาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก เนื่องจากลูกสาวอยากมาสักการะพระบรมศพมาก โอกาสปิดเทอมจึงได้นั่งรถมาด้วยกัน เมื่อได้ขึ้นไปกราบแล้วก็รู้สึกประทับใจมาก ถือเป็นภาพติดอยู่ในใจ

Advertisement
สุริยะ อนุกูลพันธ์ (ขวา)

นายสุริยะ อนุกูลพันธ์ คุณครูประจำโรงเรียนเทศบาล 2 นครตรัง จ.ตรัง ได้นำคณะนักเรียน และคุณครู จำนวน 63 คน เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาสาท โดยได้ออกเดินทางจากจังหวัดตั้งแต่เย็นวันที่ 28 มีนาคม และมาถึงกรุงเทพฯ วันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนในคณะได้ไปทัศนศึกษาชมพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต และพักผ่อน 1 คืนก่อนที่จะเดินทางมาสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่วันนี้ กล่าวว่า รู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่างมาก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่มีโอกาสได้มากราบในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างใกล้ชิดแบบนี้ ที่ผ่านมาพระองค์ได้เสด็จฯมาที่จังหวัดตรังหลายครั้ง ทั้งทรงเปิดทางรถไฟ หรือทอดพระเนตรน้ำตกห้วยยอด เป็นต้น และจังหวัดตรังก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง ร.9 ด้วยพระราชทานโครงการจัดสร้างฝายน้ำล้นขึ้นมา เพื่อกักเก็บน้ำไม่ให้มาท่วมบ้านเรือนราษฎร พระมหากรุณาธิคุณนี้พวกตนและชาวจังหวัดตรังมิเคยลืมเลือนเลย

“ผมในฐานะที่เป็นครู ก็จะนำหลักคำสอนของในหลวง ร.9 มาสอดแทรกเพื่อสอนเด็กนักเรียนเสมอ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่เราจะพยายามสอนให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเงิน มัธยัสถ์อดออม ใช้จ่ายอย่างประหยัด และผมก็ยังนำหลักคำสอนของพระองค์เรื่องความอดทนมาเป็นแบบอย่างในการทำหน้าที่เป็นคุณครู ด้วยการตั้งใจอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กนักเรียนทุกคน เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของประเทศชาติต่อไป” นายสุริยะกล่าว