หน้าแรก ในประเทศ เครือข่ายปฏิร...

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเขาบรรทัด บุกศาลาทวงถามแก้ที่ทำกิน เผยต้องมาเพราะโดนขวางแบบน่าเกลียด

30.03.17 | 17:05 น.

วันที่ 30 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ตรัง แกนนำพร้อมสมาชิก เครือข่ายปฎิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัดจำนวนราว 50 คน นำโดย นายสมนึก พุฒนวล ,นายพนา ฤทธิสาคร ,นางณัฐฐยาน์ แท่นมาก และนายสุบิน ปันกิตติ และนายสุบิน ปันกิตติ ซึ่งเป็นคณะทำงานเครือข่าย เดินทางมาปักหลักเพื่อรอฟังผลการประชุมหารือเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-MOVE แทนการเดินทางเข้าร่วมประชุมตามคำเชิญของรัฐบาล ซึ่งให้ทางเครือข่ายฯส่งตัวแทนจำนวน 20 คน โดยกำหนดขึ้นในวันนี้ ซึ่งต่างพาลูกหลานมาพร้อมถือป้ายข้อความที่ระบุข้อเรียกร้องแก้ไขปัญหา

นางณัฐธยาน์ กล่าวว่า พวกตนพร้อมสมาชิกฯจำเป็นต้องเดินทางมาที่ศากลางจังหวัดตรังในครั้งนี้ เนื่องจากถูกทางจังหวัดขัดขวางด้วยวิธีการที่น่าเกลียดมีการให้เจ้าหน้าที่ ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ จำนวน 4 คน เข้าไปหาสมาชิกฯถึง ศูนย์ประสานงานเครือข่ายฯ (มูลนิธิอันดามัน) ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (29 มี.ค.60) เพื่อขอรายละเอียดทั้งรายชื่อและการเดินทาง จำนวนคนทั้งหมดที่จะเดินทางไปร่วมประชุมฯ ซึ่งทางเครือข่ายฯได้มีการเตรียมการณ์ไว้เรียบร้อยแล้วก่อนหน้านั้น แต่ปรากฏเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อ 1 ใน 4 ชายฉกรรจ์ที่เข้าไปในวันดังกล่าวอ้างว่าพบซองพลาสติกที่มียาเม็ดบรรจุอยู่และกล่าวถามเสียงดังว่า “ยาบ้าของใคร” ทั้งๆที่เรื่องเหล่านี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในกลุ่มเครือข่าย ฯ ไม่มีแม้กระทั่งเหล้า เบียร์ ของมึนเมา สิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด เรามีกติกาเข้มงวดเพราะอยู่กับคนหมู่มาก ทำให้เครือข่ายฯเสียขวัญและถือว่าเหยียดหยามศักดิ์ศรี และส่อเค้าว่าทางจังหวัดอาจไม่เต็มใจ หรือหาวิธีขัดขวางการเดินทางของพวกตน จึงทำให้ต้องยกเลิกการเดินทางทั้งหมด และเครือข่ายได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองตรังไว้เป็นหลักฐานแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ จะพูดคุยเรื่องดังกล่าวอีกครั้งเพื่อกำหนดท่าทีต่อไป เพราะเป็นการซ้ำเติมความทุกข์กับประชาชน ซึ่งขัดนโยบายรัฐบาล คสช.ที่ต้องการคืนความสุขให้คนไทย

 

 

Advertisement

ด้านนายสุบิน กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการชุมนุมทางการเมือง แต่เป็นการมาเพื่อบอกให้จังหวัดและรัฐบาลทราบว่า ประชาชนเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือที่เป็นธรรม และไม่ยอมให้มีการถูกรังแกด้วยวิธีการที่สกปรก ยัดยาบ้าให้สมาชิกฯ ถึงที่ทำการเครือข่ายฯอีก อย่างไรก็ตาม การเดินทางมาครั้งนี้ของสมาชิกเครือข่ายฯมีเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร ปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ส่วนประเด็นเรื่องชายฉกรรจ์ยัดยาบ้าใส่เครือข่ายฯดังกล่าว ได้มีการพยายามติดต่อทางตำรวจภูธร จ.ตรังหลายครั้ง ทั้งในส่วนของผู้บังคับการฯ ผู้กำกับ สภ.เมืองตรัง เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่สกปรกใส่ร้ายประชาชน แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถติดต่อได้

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯยังคงยืนยันจะปักหลังบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง รอฟังผลการประชุมของคณะกรรมการแก้ไขของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ระหว่างนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นตามข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ กับตัวแทนกลุ่ม ชปส.หรือพีมูฟ ซึ่งได้ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม คือ 1)ให้รัฐบาลเปิดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ขปส. 2) ขอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานงาน เพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.)และ 3)ให้มีการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการ ปจช.

 

ต่อมา นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ลงมาพบปะกับชาวบ้าน เพื่อขอให้เข้าไปรอรับฟังผลการประชุมภายในห้องประชุม แต่ชาวบ้านทั้งหมดไม่ยินยอม ยืนยันจะปักหลักรอฟังผลการประชุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดตรังต่อไป จนกว่าผลการประชุมจะออกมาเป็นน่าพอใจ เนื่องจากมองว่ารัฐบาล คสช.ไม่จริงใจในการแก้ปัญหาให้ประชาชน เพราะไม่เคยหยิบยกประเด็นปัญหาของเครือข่ายขบวนการประชาชนฯเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา ไม่มีการพิสูจน์สิทธิ์ทำกิน ไม่เดินหน้าจัดตั้งโฉนดชุมชน แต่กลับออกนโยบายทวงคืนผืนป่าตัดฟันต้นยางพาราของชาวบ้านจนได้รับความเดือดร้อน ถูกแจ้งความดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายรวมกันทุกจังหวัดหลายร้อยล้านบาท