หน้าแรก ในประเทศ รอง ผบช.ภ.5 ร...

รอง ผบช.ภ.5 ร้องสื่อ ภรรยาโดนไล่ลงจากเครื่องบิน เหตุแค่ขอวีลแชร์

30.03.17 | 17:31 น.
วันที่ 30 มีนาคม 2560 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5  เปิดเผยข้อมูลกับสื่อเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับภรรยา คือ นางยศวดี ปานเหง้า อายุ 54 ปี หลังจากถูกกัปตันและแอร์โฮสเตส ของสายการบินแห่งหนึ่งไล่ลงจากเครื่องบิน เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ
พล.ต.ต.ชูรัตน์เปิดเผยว่า ที่ต้องออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ เนื่องจากต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับภรรยา ที่เสียความรู้สึกและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังถูกผู้โดยสารคนอื่นบนเครื่องถ่ายคลิปพร้อมกับตำหนิว่าภรรยาของตนทำให้เครื่องบินล่าช้า และเมื่อสอบถามเรื่องขอคืนเงินค่าโดยสาร ทางสายการบินกลับปฏิเสธที่จะคืนเงินให้จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น กระทั่งเจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งว่า ให้ลงเครื่องไปก่อน และไปติดต่อที่สำนักงานของสายการบินเพื่อทำเรื่องขอคืนเงินภายหลัง
จากนั้น พล.ต.ต.ชูรัตน์ได้ต่อสายโทรศัพท์วิดีโอคอลไปหาภรรยาที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อให้สัมภาษณ์สื่อหลังจากถูกให้ลงจากเครื่องและกำลังนั่งรอขึ้นเครื่องฯสายการบินอื่นเพื่อจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดอุดรธานี โดยนางยศวดี ภรรยาของรอง ผบช.ภ.5 มีสีหน้าที่เคร่งเครียดและมีน้ำตาซึมออกมา โดยนางยศวดีเล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางจากจังหวัดอุดรธานีมาเยี่ยมน้องชายที่ป่วยพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ ระหว่างนั้นรู้สึกเวียนศีรษะ จึงไปตรวจร่างกายกับแพทย์ เบื้องต้นแพทย์แจ้งว่าป่วยเป็นน้ำในหูไม่เท่ากัน ให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 2 วันเพื่อดูอาการ ทำให้ต้องเลื่อนตั๋วเครื่องบินที่จองไป จนอาการดีขึ้นจึงจองตั๋วกลับอุดรธานี ซึ่งเมื่อช่วงเช้าได้เข้าเช็กอิน ระหว่างนั้นเห็นพนักงานมีบริการวีลแชร์ให้ผู้โดยสาร จึงได้พูดคุยกับแอร์โฮสเตสว่า หากถึงอุดรธานี อาจจำเป็นขอวีลแชร์พาลงเครื่องหากเกิดเวียนศีรษะ
แต่ปรากฏว่าแอร์โฮสเตสไปแจ้งกัปตันและเดินมาเชิญตนลงจากเครื่องบิน โดยแจ้งว่าไม่สามารถให้โดยสารไปได้ อ้างเป็นกฎการบินและเพื่อความปลอดภัย ตนพยายามชี้แจงว่าแพทย์สามารถให้ขึ้นเครื่องบินได้ แต่แอร์โฮสเตสกลับขอหนังสือรับรองจากแพทย์ เมื่อยื่นให้ตรวจสอบกลับไม่ยอมฟังและยืนยันจะเชิญตนลงจากเครื่อง แม้ต่อสายไปยังโรงพยาบาลที่รักษาก็ยังไม่ยอม อีกทั้งเรียกเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งเชิญตนลงจากเครื่อง และเมื่อทวงเงินค่าโดยสารคืน กลับถูกบ่ายเบี่ยงและโต้เถียงจนต้องยอมลงจากเครื่อง ยอมรับว่าเสียความรู้สึกและเสียใจ เพราะถูกผู้โดยสารคนอื่นมองว่าทำเครื่องล่าช้า บางคนยังอัดคลิปอีกด้วย
พล.ต.ต.ชูรัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังภรรยาโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังรู้สึกงงมาก เหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงไม่ชี้แจงหรืออธิบายให้ทราบ ซึ่งภรรยาตนเองก็เดินเหินได้ตามปกติ แต่ด้วยความกังวลจึงประสานขอความช่วยเหลือไว้ล่วงหน้าเท่านั้น ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติกับผู้โดยสารเช่นนี้ ทั้งที่พยายามชี้แจงแล้ว