คุก 8 ปี อดีตผู้อำนวยการ อ.ต.ก.คดีเรียกรับสินบนค่าอาหารเรือนจำชุมพร 1.5 ล้าน

30.03.17 | 18:08 น.

วันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครชัยศรี ศาลนัดพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพงศ์วิทย์ หรือวิชต์พงศ์ เหลืองช่วยโชค อดีตผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จำเลยที่ 1 และนายวิชา สัจจวรรณ์ ชิปปิ้งท่าเรือคลองเตย จำเลยที่ 2 กรณีเรียกรับเงิน 1.5 ล้านบาท ค่าอาหารเรือนจำจังหวัดชุมพร

คดีนี้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2557 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในขณะนั้น, พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิต รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี ร่วมแถลงจับกุมนายพงศ์วิทย์ (ขณะเป็นรอง ผอ.อ.ต.ก.) และนายวิชา พร้อมยึดเงิน 1 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงานและผู้สนับสนุนเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่

เนื่องจากนายพงศ์วิทย์เป็นผู้มีอำนาจในการตรวจรับและโอนเงินชำระค่าอาหารที่ หจก.คนึงพาณิชย์ส่งให้เรือนจำจังหวัดชุมพร ในฐานะตัวแทนค้า แต่นายพงศ์วิทย์เรียกร้องให้นายวิเชียร สุวรรณสิทธิ์ ผู้แจ้งส่งมอบเงินจำนวน 1.7 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทนในการเป็นตัวแทนจัดส่งอาหารดิบ หาก หจก.คนึงพาณิชย์ไม่ยินยอม นายพงศ์วิทย์จะไม่โอนเงินค่าอาหารดิบของเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม 2557 เป็นเงินจำนวน 7,373,507 บาทให้แก่ หจก.คนึงพาณิชย์ ต่อมานายวิเชียรได้ขอต่อรองกับนายพงศ์วิทย์ ซึ่งนายพงศ์วิทย์ยังยืนยันเรียกร้องเงิน แต่ลดให้เหลือ 1.5 ล้านบาท และให้แบ่งชำระงวดแรก 1 ล้านบาทก่อน จึงจะโอนเงินค่าอาหารดิบเดือนมีนาคมจำนวน 2,454,084 บาทให้ จากนั้น หจก.คนึงพาณิชย์จะต้องจ่ายเงินที่เหลืออีก 5 แสนบาทแก่นายพงศ์วิทย์ ทำให้ หจก.คนึงพาณิชย์เข้าร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงได้ส่งเรื่องให้กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกฎหมาย

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี วางแผนร่วมกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ช. และ หจก.คนึงพาณิชย์ นัดหมายกับนายพงศ์วิทย์เพื่อส่งเงินงวดแรกจำนวน 1 ล้านบาท โดยก่อนส่งมอบเงินได้นำธนบัตรมาลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้เดินทางไปยังจุดนัดหมายที่ห้องอาหารโรงแรมนนทบุรีพาเลซ เวลา 12.30 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2557 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจซุ่มสังเกตการณ์อยู่ เมื่อผู้เสียหายได้เดินทางไปมอบเงินให้กับนายพงศ์วิทย์ที่รถและรับเงินดังกล่าวไป เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท และผู้เสียหายได้ชี้ตัวยืนยันผู้ต้องหาทั้งสอง

โดยอัยการโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานองค์การของรัฐ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ต.ก. (นักบริหาร 10) ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นพนักงานองค์การของรัฐ แต่เป็นผู้สนับสนุนให้พนักงานองค์การของรัฐกระทำความผิด ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ขณะที่จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

Advertisement

ศาลพิเคราะห์แล้วจำเลยมีความผิดจริงตามฟ้อง จึงพิพากษาว่า นายพงศ์วิทย์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดของพนักงานในองค์การฯ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 ให้จำคุกเป็นเวลา 8 ปี ส่วนนายวิชา จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดของพนักงานในองค์การฯ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้จำคุกเป็นเวลา 5 ปี 4 เดือน

โดยหลังฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวจำเลยทั้งสองไปควบคุมตัวยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป เนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตฯส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่าจะให้ประกันหรือไม่