เวลา 7.00 น. วันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังเกิดเหตุช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ไม่ทราบจำนวนลงมาจากเขา เข้ามาหากินภายในสวนยางพาราของชาวบ้าน และช้างป่าได้ทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหายทั้งสวนยางพารา สวนกล้วย มันสัปปะหลัง ในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านบ้านนาจาน หมู่ที่ 4 ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ล่าสุดเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว นำกำลังกว่า 30 นายปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นกะละ 8 นายปฏิบัติงานต่อเนื่อง 3 วันเพื่อไล่ต้อนช้างป่าให้กลับเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และกำลังส่วนหนึ่งดูแลคอยเฝ้าระวังไม่ให้กลับลงมารบกวนชาวบ้านอีก แต่ชาวบ้านก็ไม่ไว้ใจเพราะเข้าสู่หน้าแล้งอาหารช้างบนภูวัวมีไม่เพียงพอกับช้างจำนวนมากกว่า 43 ตัว
นายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว กล่าวว่า จากการสำรวจจำนวนของช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวขณะนี้มีประมาณ 43 ตัวซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควรเมื่อเทียบกับพื้นที่ อาจจะทำให้อาหารและแหล่งน้ำของช้างมีไม่เพียงพอจึงทำให้ช้างป่าออกหากินนอกเขตอนุรักษ์ โดยขณะนี้ ได้เฝ้าระวังตรวจตาถี่ขึ้นพร้อมปฏิบัติงานตอน 24 ชั่วโมง และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านระมัดระวัง ถ้าพบเห็นช้างป่าออกมาให้รีบแจ้งสายด่วน 1362 หรือ โทร 089-862-3389
นายทวีป กล่าวว่า ปกติเจ้าหน้าที่ก็จะออกลาดตระเวนไปตามถนนแนวกันชนอยู่เป็นประจำ แต่เนื่องจากมีพื้นที่กว้างไกล 116,562 ไร่ คลอบคลุม 4 อำเภอมี อ.บุ่งคล้า อ เซกา อ.บึงโขงหลง และ อ.เมือง บึงกาฬ ก็ทำงานอยู่ภายใต้ที่มีบุคลากรและงบประมาณจำกัด เมื่อสิ้นสุดฤดูฝนคือช่วงเดือนพฤศจิกายนช้างป่าก็มักจะลงจากเขามาหากินด้านล่างที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์กว่า ที่ผ่านมาได้มีชาวบ้านถูกช้างป่าทำลายทรัพย์สินไปแล้ว 52 รายคิดเป็นเงิน 1.3 แสนกว่าบาท ตนได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว คาดว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาให้การช่วยเหลือ สำหรับรายใหม่ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็จะสำรวจค่าเสียหายส่งเข้าไปใหม่ ส่วนการไล่ต้อนช้างกลับขึ้นไปบนภูวัวนั้นก็ทำอยู่เป็นปกติ แต่เมื่อขึ้นไปแล้วเขาก็กลับลงมาใหม่อีกเนื่องจากข้างบนมีน้ำและอาหารน้อยมาก เพราะเป็นช่วงหน้าแล้ง ครั้นจะกดดันช้างมากไปก็จะทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งขึ้น จะเท่าเป็นการกระตุ้นช้างให้เข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้านได้

