วันที่ 31 มีนาคม 2560 นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ในฐานะคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) อุตรดิตถ์ กล่าวว่า การประชุม คปจ.อุตรดิตถ์ ครั้งที่ผ่านมา เพื่อขอมติว่าให้ทำการจัดสรรที่ดินสาธารณะประโยชน์ ที่มีหนังสือสำหรับที่หลวง (นสล.) ครอบครองอยู่ แต่ต่อมาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ประกาศทับพื้นที่ นสล.บริเวณบึงกะโล่ ต.ป่าเซ่า อ.คุ้งตะเภา อ.เมืองอุตรดิตถ์ให้กับเกษตรกร คปจ.อุตรดิตถ์ทุกคนเห็นชอบที่จะให้ทำการจัดสรรได้ แต่ตนเป็นเสียงเดียวที่ไม่ยอมให้จัดสรรที่ดินดังกล่าวและให้ทำการทบทวนเรื่องนี้ใหม่ ซึ่งทาง คปจ.อุตรดิตถ์ ก็มีมติทำการชะลอออกไปและรอทบทวนใหม่อีกครั้ง
นายประสงค์ กล่าวว่า แม้การจัดสรรที่ดินบริเวณรอบบึงกะโล่ ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่สามารถจัดสรรได้ก็ตาม แต่ ส.ป.ก.ก็จะต้องเห็นตามมติในที่ประชุมของ คปจ.อุตรดิตถ์ อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้แนวเขตของบึงกะโล่ก็มีปรากฏอยู่อย่างชัดเจน แม้จะเป็นหน้าที่ของ ส.ป.ก.สามารถจัดสรรได้ แต่สิ่งที่จะต้องทำมากที่สุดคือ ไม่ควรจัดสรรให้กับเกษตรกรที่มีการเรียกร้องสิทธิ์จำนวน 50 รายเศษ ควรคงสภาพที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชน 2-3 ตำบลใช้ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ อีกทั้งทุกวันนี้ก็ยังมีข้อพิพาทกันอยู่ระหว่างกลุ่มอนุรักษ์ที่ไม่ต้องการให้จัดสรรกับกลุ่มผู้บุกรุกที่ไปร้องสิทธิ์กับหน่วยงาน

“ที่ดิน นสล.ควรคงสภาพไว้ตามเดิม ให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน ปล่อยให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่เคยดำรงชีพอยู่ในบึงกะโล่ ไม่เห็นด้วยที่จะนำไปจัดสรร คนที่เข้าไปบุกรุกก็ควรออกไปโดยไม่มีเงื่อนไข หากไม่อออกก็ควรดำเนินการตามกฎหมายคือ การฟ้องขับไล่ ของส่วนรวมจะต้องเป็นของส่วนรวมจะนำไปเป็นของส่วนตัวไม่ได้ และอยากให้ทุกฝ่ายยึดตามดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้อนุรักษ์ไว้ให้เป็นเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่วนพื้นที่รอบบึงซึ่งเป็นเขตของ ส.ป.ก.ที่มีอำนาจก็ทำไป แต่จะต้องจัดสรรให้กับคนที่เดือดร้อนที่อยู่ในเงื่อนไขที่สมควรได้รับจริง จะต้องไม่เป็นผู้บุกรุกหรือคนที่ไม่ใช่เกษตรกร เพียงเพื่อหวังจะเอามาขายอีกทอดหนึ่ง” นายประสงค์ กล่าว

