บุกช่วย 2 หนุ่มอินเดีย ที่สำโรงเหนือ ถูกเพื่อนร่วมชาติอุ้มเรียกค่าไถ่เกือบ 1 ล้านบาท

18.04.25 | 16:26 น.

บุกช่วย 2 หนุ่มอินเดีย ถูกเพื่อนร่วมชาติอุ้มเรียกค่าไถ่ 2,500,000 รูปี คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมพวกรวม 6 คนสอบปากคำ


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 เมษายน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 สั่งการให้ชุดสืบสวนนครบาลและชุดสืบสวน บก.น.6 จับกุม นายดีพ สันธุ (Mr.DEEP SANDHU) อายุ 22 ปี พร้อมพวก 5 คน โดยจับกุมได้ที่บ้านใน ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 เม.ย.2568 นายซานจีฟ คูมาร์ (Mr.SANJEEV KUMAR) เดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยว ร่วมกับเพื่อนอีกสองคนคือนายราเมช ชาร์มาร์ (Mr.RAMESH SHARMAR) และนายอามันดีพ คาโจล (Mr.AMANDEEP KAJAL) โดยทั้งหมดได้เข้าพักที่โรงแรมย่านสาทร ต่อมาได้เปลี่ยนที่พักมาอยู่ที่โรงแรมย่านสีลม ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.2568

เหยื่อทั้ง 2 ราย

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 เม.ย.2568 เวลา 18.00-19.00 น. นายราเมชและนายอามันดีพได้ออกจากโรงแรม โดยมีชายชาวอินเดียไม่ทราบชื่อสกุลจริงมารับตัวขึ้นรถแท็กซี่ โดยแจ้งว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเวียดนามก่อนล่วงหน้า ซึ่งนายซานจีฟไม่ได้เดินทางร่วมไปด้วย เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุมัติวีซ่า

Advertisement

ต่อมาวันที่ 16 เม.ย.2568 น้องสาวของนายราเมชได้ติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่น WhatsApp แจ้งต่อนายซานจีฟว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลชื่อ สันธุ (SANDHU) โดยอ้างว่าควบคุมตัวทั้งคู่เอาไว้ และเรียกร้องเงินค่าไถ่จำนวน 2,500,000 รูปี หรือประมาณ 976,221 บาท พร้อมทั้งข่มขู่จะทำอันตราย หากไม่ดำเนินการตาม

ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนทำการสอบคำให้การของนายซานจีฟไว้ในฐานะพยาน โดยมีล่ามตรวจสอบข้อมูลการเข้าพักและภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมเพื่อให้ทราบข้อมูลรถแท็กซี่ที่โดยสารประสานขอข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรไปยัง สตม. ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลที่มารับตัวมีหนังสือตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อไปยังโอเปอเรเตอร์ ประสานงานฝ่ายสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้สูญหาย

จนสามารถเข้าช่วยเหลือนายราเมชและนายอามันดีพได้ในบ้านใน ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ก่อนนำตัวเข้าที่ สน.ยานนาวา ขณะควบคุมตัวมาเพื่อสอบปากคำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันพยายามเรียกค่าไถ่

ด้าน นายวิรัตน์ อายุ 53 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ กล่าวว่า วันนั้นเป็นวันสงกรานต์ รับชาวอินเดียจากสีลม ซึ่งตนจำชื่อโรงแรมไม่ถนัด คนเรียกถามว่าสุขุมวิท 109 รู้จักหรือไม่ เราขับขึ้นทางด่วน คนเรียกคือคนที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ ข้างหลัง 2 คน มีการพูดคุยภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดีย ปกติคนนั่งข้างหน้าพูดเยอะ แต่ตนไม่ได้สนใจได้แต่ขับรถไปเรื่อยๆ

โชเฟอร์แท็กซี่กล่าวว่า ส่วนมีภาษาเกี่ยวกับเรื่องเงินตนไม่ทราบ จึงได้ขับรถไปตามปกติ โดยส่งตรงจุดที่เป็นบ้าน พอมารู้เรื่องรู้สึกตกใจว่ามีเหตุการณ์เรียกค่าไถ่เกิดขึ้น พอไปถึงคนนั่งหน้าโทรศัพท์ ประตูเปิดเองก่อนลงจากรถเดินเข้าไป โดยทั้ง 2 คน นั่งข้างหลังถือกระเป๋ามาคนละใบ ดีใจที่ตำรวจจับคนร้ายได้