หน้าแรก ในประเทศ อช.ถ้ำผาไทบิน...

อช.ถ้ำผาไทบินตรวจพิกัดป่ารอยต่อ อ.งาว พบบุกรุกกว่าร้อยไร่ นำไม้หวงห้ามเตรียมขาย

31.03.17 | 15:57 น.

วันที่ 31 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อาทิรัช ปุ๊ดหน่อย ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษค่ายประตูผาลำปาง พร้อมด้วย นายพีระเมศร์ ตื้อตันสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และกำลังจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ลป. 30 (แม่โป่ง) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว อ.งาว จ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของ อ.งาว ร่วมกันตรวจพื้นที่ป่าเขตรอยต่ออุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่โป่ง เขตบ้านแม่คำหล้า ต.บ้านร้อง อ.งาว หลังจากมีการบินสำรวจทางอากาศพบว่า มีการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าดังกล่าวออกไปในลักษณะขยายแนว เพื่อหวังครอบครอง ทั้งอยู่อาศัย และเตรียมการเพราะปลูกพืชไร่ ซึ่งเมื่อทำการบินตรวจวัดพิกัดแล้ว จึงได้นำกำลังภาคพื้นดินเข้าทำการตรวจสอบ และตรวจยึดพื้นที่คืน


 

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบภาคพื้นดิน ตามพิกัดการบินตรวจสอบทางอากาศ พบพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถางไปกว่า 100  ไร่ และมีการสร้างบ้านไม้ไว้ แต่เป็นลักษณะนำไม้หวงห้าม ทั้งไม้สัก และไม้กระยาเลยหลากหลายขนาดมาแปะติด จำนวน 2 หลัง บางหลังก็มีการนำท่อนไม้ขนาดใหญ่มาฝั่งไว้เป็นเสา ซึ่งดูลักษณะไม่ใช่บ้านที่ใช้อยู่อาศัยทั่วไป แต่เข้าข่ายทำไว้ เพื่อเตรียมการซื้อขาย

 

Advertisement

จากการเข้าตรวจสอบก็พบไม้แปรรูปซุกซ่อนอยู่ในบ้านที่สร้างขึ้นเพื่อใช้อำพราง ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ พร้อมกับควบคุมตัว นายจะที จะมอ อายุ 31 ปี ที่ระบุว่าเป็นครอบครองบ้านไม้ดังกล่าวไปสอบสวน และดำเนินคดีตามกฏหมายในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ส่วนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกไม่มีใครแสดงตัว ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป

นายพีระเมศร์ ตื้อตันสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้ ได้ปฎิบัติการตามแผนคำสั่งของ คสช. ที่ 64/2557 ลงวันที่ 14  มิถุนายน 2557 เรื่องการปราบปราม และหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้ จากการตรวจสอบพบมีการบุกรุกพื้นที่ทั้งป่าอุทยานแห่งชาติและป่าสงวน โดยเป็นการบุกรุกหลังปี 2545  เป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบ และอายัด พร้อมกับเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ว่า ห้ามมีการบุกรุกขยายแนวเพิ่มเติม และได้ให้ชาวบ้านทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในเรื่องห้ามบุกรุกแผ้วถาง คู่กับห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หากต่อไปมีการตรวจพบ และจับกุม ทางภาครัฐจะยกเลิกสิทธิ์การอยู่อาศัย และให้ออกจากพื้นที่ทันที ซึ่งชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือในการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน