เริ่มแล้ว! ประชาพิจารณ์ครั้งที่ 1 แก้ ‘พ.ร.บ.สสส.’ ค้านจำกัดเพดานงบเข้ากองทุน ‘4,000 ล้าน’

31.03.17 | 17:34 น.

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นพ.เสรี ตู้จินดา ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดการประชุมสัมมนาประชาพิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ… ครั้งที่ 1 โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และภาคีเครือข่ายกว่า 100 คน เข้าร่วมรับฟังและนำเสนอข้อคิดเห็น ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ได้ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ใน 16 ประเด็น เพื่อให้การปฏิบัติงานของกองทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจัดให้มีการประชาพิจารณ์ ในวันที่ 31 มีนาคม และวันที่ 3 เมษายน 2560 อย่างไรก็ตาม สสส. เปรียบเสมือนเรือ การปรับปรุงแก้ไขต้องเป็นไปเพื่อให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ตามพันธกิจที่กำหนด และเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างแท้จริง

นายวรัชญ์ เพชรร่วง ผู้อำนวยการกองกำกับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้มีการปรับแก้ไขในมาตรา 11 ให้มีการกำหนดรายได้สูงสุดปีงบประมาณละไม่เกิน 4,000 ล้านบาท และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยการอนุมัติของ ครม. มีอำนาจในการปรับเพิ่มหรือปรับลดรายได้สูงสุดตามมาตรานี้ทุก 3 ปี เพื่อให้กองทุนมีรายได้เพียงพอและเหมาะสมต่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ โดยให้พิจารณาถึงขอบเขตการดำเนินงานและผลการประเมินการดำเนินงานของกองทุน โดยเงินส่วนที่เกินจากรายได้สูงสุดที่กำหนดไว้ ให้กองทุนนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งเข้าใจว่ามีข้อห่วงใยเงินงบประมาณกองทุนฯ เป็นเงินนอกงบประมาณ ไม่ควรถูกจำกัดสิทธิ อย่างไรก็ตามเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ ล้วนเป็นรายได้แผ่นดิน การกำหนดวงเงินไม่ใช่การลิดรอนอำนาจของกองทุนฯ ยังคงใช้งบฯ ได้ตามกรอบวัตถุประสงค์ และมีการเปิดช่องให้สามารถปรับเพิ่มได้

นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการการทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังจากทำประชาพิจารณ์จบทั้ง 2 วันแล้ว จะมีการปรึกษากันทั้ง 3 กระทรวงเพื่อที่จะปรับกฎหมายเป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยกระทรวงยุติธรรม จะเป็นหลักในการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้แทนเครือข่ายผู้บริโภค กล่าวว่า ในการแก้พ.ร.บ.สสส.ครั้งนี้ มีความรู้สึกว่ากำลังทำให้สสส.เป็นเหมือนกระทรวง ทั้งๆที่ไม่ใช่ เพราะพันธกิจต้องเป็นส่วนสนับสนุน ส่งเสริมมากกว่า อย่างจำกัดงบประมาณ 4,000 ล้านบาทนั้น ก็ไม่เห็นเหตุผลว่า ได้ประโยชน์อะไร เพราะจริงๆไม่ควรไปจำกัดมากกว่า ซึ่งการแก้กฎหมายก็ไม่ได้ตอบคำถามจุดนี้ อย่างหากมองว่าการใช้งบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ ก็ควรเพิ่มหมวดเรื่องการตรวจสอบการใช้งบประมาณดีกว่าหรือไม่ ส่วนการที่ใช้งบประมาณมากขึ้น แสดงว่าปริมาณการบริโภคบุหรี่ แอลกอฮอล์มากขึ้นหรือไม่ จึงต้องดูที่สัดส่วนข้อเท็จจริงด้วย จริงๆ ควรประชาพิจารณ์ให้มีส่วนร่วมมากกว่านี้ ควรให้ทุกภูมิภาค ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม วันที่ 3 เมษายน จะมีเครือข่ายจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมด้วย

นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักการในการก่อตั้งของ สสส. ตั้งแต่ปี 2544 เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพภาคประชาชนในทุกสาขาอาชีพ เป็นเงินภาษีนอกงบประมาณ ดังนั้นหากมีการปรับแก้ไขควรแก้ไขในเชิงบูรณาการสร้างสรรค์เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งล้วนเป็นภาคีเครือข่ายที่ร่วมดำเนินงานกับ สสส. ไม่อยากให้ดำเนินการในลักษณะเร่งรีบจนเกินไป เพราะอาจกระทบกับการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพในภาพรวมได้

Advertisement