หน้าแรก ในประเทศ ช็อก กล้องถ่า...

ช็อก กล้องถ่ายสัตว์แก่งกระจาน จับภาพ4ทหารอาวุธสงครามครบมือ ลาดตระเวนฝั่งไทย

24.04.25 | 13:57 น.

ช็อก กล้องถ่ายสัตว์แก่งกระจานจับภาพ4ทหารอาวุธสงครามครบมือ ลาดตระเวนฝั่งไทย

เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากการที่ทางอุทยานได้ติดกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าเพื่อเก็บข้อมูลในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเอาไว้ โดยจะไปเก็บกล้องมาดูเป็นระยะประมาณ 4 เดือน เก็บมาดู 1 ครั้ง ล่าสุดนั้น ติดตั้งไว้เมื่อเดือนมกราคม และให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนไปเก็บ ปรากฏว่ากล้องหายไป 2 ตัว อีก 1 ตัว ที่ซ่อนเอาไว้ยังอยู่

“เมื่อเอากล้องมาเปิดดูที่ทำการอุทยานปรากฏว่าเมื่อเดือนมีนาคม พบภาพชาย 4 คน ถือปืนยาวครบมือ จึงเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมาดูด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมีความชำนาญและตรวจสอบโดยละเอียด พบว่า ปืนยาวที่ทั้ง 4 คนสะพายพกประจำตัวนั้น คนแรกเป็นปืน M1 คาบิน ใช้กระสุน .30-03 คนที่ 2 ปืน M 1917 ENFIELD เป็นปืนที่ใช้ในกองทัพอังกฤษ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีก 2 กระบอก เป็นปืนสำหรับซุ่มยิง ใช้กระสุน 5.56 ส่วนเครื่องแบบและสัญลักษณ์ในเครื่องแบบนั้น เนื่องจากภาพกลางคืน ไม่สามารถดูออกว่า เป็นทหารจากกองทัพฝ่ายไหน แต่ไม่น่าจะเป็นนายพรานฝั่งประเทศไทยแน่นอน เพราะหากเป็นนายพรานประเทศไทย มีปืนแบบนี้ถูกจับหมดแล้ว” นายมงคลกล่าว

Advertisement

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกล่าวอีกว่า ไม่ทราบวัตถุประสงค์ในการเข้ามา เพราะภาพที่ปรากฏในกล้องบอกเวลาว่าเกิดตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ตอนนี้น่าจะกลับออกไปแล้ว ถ้าเป็นทหารจากประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการรุกล้ำเข้ามาในเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยตรง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นห่างจากชายแดนไทยเมียนมาประมาณ 10 กิโลเมตร หากใช้เวลาเดินก็ไม่ต่ำกว่า 4 คืนด้วยกัน

“ได้ทำรายงานเรื่องนี้ต่อท่านอธิบดีกรมอุทยานฯและผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 แล้วตามลำดับ เรื่องที่น่ากังวลคือ บริเวณที่พบบุคคลทั้ง 4 ที่อาวุธครบมือนั้น เป็นเส้นทางเดียวกับที่พนักงานพิทักษ์ป่า เจ้าหน้าที่ของเราลาดตระเวนพอดี ซึ่งหลังจากนี้คงต้องจัดกำลังเพื่อความรัดกุมในการลาดตระเวนพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น” นายมงคลกล่าว

รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงจังหวัดเพชรบุรีเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รับทราบแล้ว และได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด จากการประเมินสถานการณ์แล้ว คาดว่ากลุ่มบุคคลน่าจะมาหาของป่า แล้วเดินเข้ามาบริเวณดังกล่าว ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้หน่วยความมั่นคง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจในพื้นที่ และฝ่ายปกครอง เข้มงวดในการลาดตระเวนในพื้นที่ พร้อมใช้กลไกศูนย์ประสานงานชายแดนในพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ (ฉก.ทัพพระยาเสือ) กองกำลังสุรสีห์ (กกล.สุรสีห์) เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับทางทหารมิตรประเทศในเรื่องดังกล่าว