พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส.สั่งการ ตำรวจปส.เชียงใหม่ กก.2 บก.ปส.3 ภายใต้การนำ พ.ต.อ.ทิวาพงษ์ พลูโต ผกก.2 บก.ปส.3 ,พ.ต.ท.วสุภัทร คำมี รอง ผกก.2 บก.ปส.3 ชุดสืบสวนประจำ กก.2 บก.ปส.3 ร่วมกับตำรวจ.สภ.เชียงดาว,ทหาร นบ.ยส.35 จับกุม ผู้ต้องหา 2 คน คือ
1. นายอาซะ แซ่จาง อายุ 34 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาที่1 นั่งโดยสารมากับรถยนต์ลำเลียงยาเสพติด
2. นายสุรนาท แสงจันทร์ อายุ 27 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาที่ 2 ขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตาม
พร้อมด้วยของกลาง 5 รายการ ดังนี้
1. ไอซ์ เป็นก้อนบรรจุอยู่ในกระสอบ 19 กระสอบ ๆ ละ 20 กก. และกระสอบละ 19 กก. จำนวน 1 กระสอบ รวมทั้งสิ้น ประมาณ 399 กก.
2. เคตามีน ลักษณะเป็นก้อน น้ำหนักก้อนละประมาณ 1 กก. บรรจุอยู่ในกระสอบ 12 กระสอบ ๆ ละ 20 กก. รวมทั้งสิ้นประมาณ 240 กก.
ของกลางลำดับที่ 1 และ2 ซุกซ่อนอยู่บริเวณกระบะด้านท้ายของรถยนต์ของกลางลำดับที่ 2
3.รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียนยพ 8352 เชียงใหม่ ใช้ลำเลียงยาเสพติด
4. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า 1 คัน ใช้ติดตามคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติด 5.โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 2 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน ) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
ได้ที่บริเวณถนนปากทางพม่า-บ้านห้วยจะค่าน ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 เมษายน เวลาประมาณ 04.00 น
ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายวัลลพ ชาวอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และพวก มีพฤติการณ์จะใช้รถยนต์กระบะคันของกลาง ลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อนำส่งให้กับเครือข่ายของตนในพื้นที่ตอนในของประเทศ ชุดสืบสวนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ในพื้นที่ เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องสงสัยโดยตลอด
กระทั่ง เวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 25 เมษายน พบว่า นายวัลลพและพวก ได้ลำเลียงสิ่งของต้องสงสัย จากพื้นที่ชายแดน บ้านอรุโณทัย มุ่งหน้าเข้า อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
เมื่อมาถึงถนนปากทางพม่า-บ้านห้วยจะค่าน ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จึงได้เรียกขอทำการตรวจค้น โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไว้ได้ ส่วนนายวัลลพ สามารถหลบหนีไปได้
ผลการตรวจคันรถยนต์กระบะคันของกลาง พบยาเสพติดของกลางดังกล่าว บริเวณท้ายกระบะของกลาง จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ได้ประสาน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จึง.เชียงใหม่ ตรวจ DNA และลายนิ้วมือแฝง เพื่อขยายผลการจับกุม ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


