เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม, พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (ผบก.ตม.1)พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผบก.ตม.1 รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เรียกประชุมชุดสืบสวนในการลงพื้นที่สืบสวน หาข่าว เพื่อจับกุมคนร้ายความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมือง และชาวต่างชาติที่มีลักษณะเป็นอาชญากร เป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือได้กระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดย พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รองผกก.สืบสวนฯ พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 รับแจ้งข้อมูลร้องเรียนและเบาะแสที่น่าสนใจจากโรงแรมระดับ 5 ดาว หลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพหานครเกี่ยวกับพฤติกรรมของชายชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่ง ซึ่งตระเวณก่อเหตุออกอุบายหลอกพนักงานโรงแรม เพื่อเข้าพักโดยไม่ชำระค่าที่พักและอาหาร โดยพบมีการกระทำความผิดต่อเนื่อง ก่อเหตุหลายครั้ง หลายพื้นที่ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ต่อมาช่วงต้นปี 2568 บก.ตม. 1 รับรายงานพบเหตุลักษณะเดิมอีกครั้งที่โรงแรมย่านการค้าธุรกิจ กรุงเทพมหานครชั้นใน และช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบความผิดลักษณะดังกล่าวที่โรงแรมหรู ในย่านชิดลม ซึ่งมีผู้จัดการโรงแรมเข้าแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุในลักษณะเดียวกัน จึงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นแผนการและกลอุบายของคนร้ายคนเดียวกัน ที่ตั้งใจก่อเหตุซ้ำๆ หลายท้องที่ หลายช่วงเวลา แต่มีแผนประทุษกรรมคล้ายกันทั้งหมด จึงสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่าคนร้ายมิใช่นักท่องเที่ยวแต่อย่างใด แต่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต ต่อมาพนักงานสอบสวนนำข้อมูลจากการสืบสวน ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา
ต่อมา พ.ต.อ.พลสิทธิ์ พ.ต.ท.สุริยะ พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ร่วมกันนำกำลังลงพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยดังกล่าว เนื่องจากได้ข้อมูลจากการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับกำลังเดินทางออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อกลับมาพักอาศัยอยู่ในห้องพัก ใกล้กับมหาวิทยาลัย จึงดักรอจับกุมบุคคลตามหมายจับกุมทราบชื่อคือนายเลโอนาร์โด เฮอร์นันเดซ (นามสมมติ) สัญชาติ ฟิลิปปินส์ อายุ 26 ปี โดยกล่าวหาว่า “โดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ” ควบคุมตัวผู้ถูกจับส่ง พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดี

