เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดโพธิ์น้อย ต.กระหวัน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ และเป็น ร.ร.เอกชนทางพระพุทธศาสนา นางอุบล ศรีบุญเรือง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 5 บ้านห้วยจันทร์ ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ ได้นำคณะเจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ นำโดย ร.ต.ไพจิตร โนนสังข์ นายทหารสนับสนุน ศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ นายนิธิโรจน์ แก้วเหลา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ นายเทพพิทักษ์ เหมือนสวรรค์ ปลัดอำเภอขุนหาญ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ศรีสะเกษ ไปทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งนางอุบลได้ร้องขอความเป็นธรรมว่า สามเณรอมรินทร์ ศรีบุญเรือง อายุ 10 ปี ลูกชายของตนเสียชีวิตอยู่ใต้กองทราย ภายในบริเวณวัดโพธิ์น้อย ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างพระอุโบสถขนาดใหญ่ คาดว่าจะเป็นการฆาตกรรมลูกชายของตนที่บวชเป็นสามเณร โดยพบว่ากองทรายที่เกิดเหตุมีการนำเอาเชือกมากั้นล้อมรอบบริเวณเอาไว้และบริเวณกลางกองทรายมีรอยขุดทราย
นางอุบล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งจากทางวัดว่าสามเณรอมรินทร์ ศรีบุญเรือง อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของตนที่กำลังเรียนอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของ ร.ร.วัดโพธิ์น้อย ได้หายไป ตนและญาติพี่น้องจึงได้พากันมาตามหาสามเณรอมรินทร์ โดยค้นหาทั่วบริเวณวัดที่เป็นที่ตั้งของ ร.ร.ด้วย แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งวันที่ 20 ก.พ. เวลาประมาณ 17.15 น. นายสุริโย ดวงพล คนขับรถตู้รับส่งนักเรียน ได้พบว่าบริเวณกองทรายใกล้กับบริเวณที่กำลังก่อสร้างพระอุโบสถมีอวัยวะลักษณะคล้ายกับแขนโผล่ขึ้นมาและมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา จึงได้แจ้งตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจิตต์ จุดขุนหาญ มาทำการขุดขึ้นมา และพบว่าเป็นศพของสามเณรอมรินทร์ที่เป็นลูกชายของตน โดยสภาพศพแขนทั้งสองข้างขาดเหนือข้อมือขึ้นมาข้างละประมาณ 2 นิ้ว และที่บริเวณสะโพกก็มีรอยแดงช้ำคล้ายกับถูกทำร้าย
นางอุบล กล่าวด้วยว่า อีกทั้งการแจ้งสาเหตุการตายของสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ แจ้งสาเหตุการตายว่า สันนิษฐานขาดอากาศหายใจจากการอุดกลั้นของทางเดินหายใจ เนื่องจากพบเศษทรายภายในหลอดอาหารส่วนปลาย ตนจึงมั่นใจว่าลูกชายของตนจะต้องถูกฆ่าแล้วนำเอาไปฝังไว้ใต้กองทรายโดยที่ยังมีลมหายใจอยู่ เป็นการฝังทั้งเป็น จึงได้ไปร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้กับตนด้วยที่ต้องสูญเสียลูกชายไป ทั้งที่อยู่ในผ้าเหลืองของพระพุทธศาสนา
ทางด้าน พระครูศรีโพธาลังการ ผู้รับใบอนุญาต ร.ร.วัดโพธิ์น้อย กล่าวว่า อาตมาภาพอยากให้มีการตรวจสอบพิสูจน์ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้ให้เกิดความโปร่งใส ชัดเจนว่า สามเณรอมรินทร์เสียชีวิตเพราะเหตุใด แต่ว่าไม่ว่าผลการตรวจพิสูจน์จะออกมาเป็นเช่นไร ตนก็ห่วงใยว่าศาสนาพุทธจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากว่าแม้แต่สามเณรอมรินทร์บวชเป็นสามเณรก็ยังไม่ปลอดภัย แล้วต่อไปใครจะกล้าให้บุตรหลานของตนมาบวชเป็นสามเณร เป็นพระ ซึ่งการที่สามเณรอมรินทร์เสียชีวิตภายในวัด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของอาตมาภาพ ก็ต้องดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และในวันนี้อาตมาภาพก็จะนำคณะสงฆ์ไปเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพของสามเณรอมรินทร์
ขณะเดียวกัน ที่ศาลาธรรมะสังเวช วัดบ้านห้วยจันทร์ ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของสามเณรอมรินทร์เพื่อบำเพ็ญกุศล ปรากฏว่า ได้มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมศพท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด โดยมี นายวิเชียร ศรีบุญเรือง อายุ 66 ปี นางอุบล ศรีบุญเรือง อายุ 44 ปี พ่อและแม่ของสามเณรบุญเรือง และญาติพี่น้องคอยต้อนรับแขกที่มาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ
นายวิเชียร ศรีบุญเรือง อายุ 66 ปี พ่อของสามเณรอมรินทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของวัดโพธิ์น้อย มีภาพของสามเณรอมรินทร์กับเพื่อนสามเณรด้วยกันออกไปซื้อน้ำอัดลมที่บริเวณร้านค้าด้านหน้าวัดบ้านโพธิ์น้อย หากมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด ตนมั่นใจว่าจะต้องพบเบาะแสที่ทำให้สามเณรอมรินทร์ถึงแก่ความตายในครั้งนี้อย่างแน่นอน
ทางด้าน พ.ต.ท.สังวาลย์ รางสถิตย์ รอง ผกก.สส.รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ขุนหาญ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งศพของสามเณรอมรินทร์ไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อให้ได้ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าสามเณรอมรินทร์เสียชีวิตเพราะเหตุใด และขณะนี้ได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมภายในวัดโพธิ์น้อย เพื่อประกอบสำนวนคดี และเมื่อทราบผลการตรวจพิสูจน์ศพของสามเณรอมรินทร์แล้ว จะได้สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงของสามเณรอมรินทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

