ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สังคมออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ออกมาตำหนิสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว Arnond Sakworawich กรณีการจัดการสิทธิประโยชน์การดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง) ว่าการกำหนดสิทธิให้ผู้ป่วยที่มาเริ่มต้นต้องล้างไตผ่านช่องท้องหรือที่เรียกว่า CAPD นั้น เป็นเหมือนการบังคับหรือไม่ เนื่องจากคนไข้ทุกคนไม่ได้เหมาะกับการล้างไตผ่านช่องท้องนั้น
เมื่อวันที่ 2 เมษายน พล.ต.พญ.อุษณา ลุวีระ อดีตนายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายหลัง สปสช. ได้ดำเนินสิทธิประโยชน์ให้การดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถเข้าถึงการรักษา ซึ่งการรักษามี 3 วิธีด้วยกัน คือ 1.การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) 2.การล้างไตผ่านช่องท้อง (CAPD) และ 3.การปลูกถ่ายไต ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด แต่ด้วยข้อจำกัดที่มีผู้บริจาคไตน้อย ผู้ป่วยต้องได้รับการบริจาคไตจากญาติที่มีสายเลือดเดียวกัน สามีหรือภรรยา รวมถึงผู้ป่วยที่มีภาวะสมองตาย ซึ่งศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาดชาดไทยได้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับบริจาค แต่ระหว่างรอการบริจาคไตผู้ป่วย จำเป็นต้องทำการล้างไตด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก่อน
พล.ต.พญ.อุษณา กล่าวอีกว่า สปสช.กำหนดนโยบายล้างไตผ่านช่องท้องเป็นทางเลือกแรก (CAPD First Policy) ทำให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลในต่างจังหวัด ถิ่นทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และศูนย์บริการการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่มีอยู่อย่างจำกัด ขณะที่การล้างไตผ่านช่องท้อง พยาบาล 1 คน สามารถดูแลผู้ป่วยได้ถึง 50 คน อีกทั้งการเปิดศูนย์ไตเทียม เพิ่มในพื้นที่ห่างไกลยังเป็นไปได้ยาก เพราะต้องลงทุนสูงและขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญ
“ขณะที่การล้างไตช่องท้องหลังจากที่สอนวิธีเพียง 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยก็สามารถทำเองที่บ้านได้ โดยนัดพบแพทย์เพียงแค่ 2-3 เดือนต่อครั้งเท่านั้น ไม่ต้องเดินทางมาฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่โรงพยาบาล 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และยังต้องใช้เวลาฟอกเลือดครั้งละ 4 ชั่วโมง และหากหยุดฟอกเลือดไปเพียง 2-3 วัน จะมีอาการหอบเหนื่อยจากน้ำท่วมปอดได้ง่าย ส่วนข้อกังวลการติดเชื้อ จากการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยด้วยวิธีล้างไตผ่านช่องท้องอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อลดลง โดยปัจจุบันอัตราการติดเชื้อในผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้องของประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40 เดือนต่อครั้ง นับว่าดีกว่าเดิมมาก ทั้งยังเป็นอัตราเฉลี่ยเดียวกับสากล ” อดีตนายกสมาคมฯ กล่าว
