เมื่อวันที่ 2 เมษายน ผู้สื่อข่าว จ.พระนครศรีอยุธยารายงานว่า ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จาก 16 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวนกว่า 100 นาย เข้ามาช่วยเหลือคนงานจากเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในการขนย้ายและทำความสะอาดพื้นที่หลังวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร หลังจากร้านค้าแผงลอยที่บุกรุกพื้นที่โบราณสถานจำนวน 190 ร้านค้า ยอมโยกย้ายร้านค้าออกจากพื้นที่ทั้งหมด 100% ไปตั้งแต่ครบกำหนดขีดเส้นตาย เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา โดยทั้ง 190 ร้านค้าได้เข้าไปค้าขายในตลาดแห่งใหม่ คือตลาดกรุงศรี บริเวณหลังศาลากลางจังหวัดหลังเก่า กลางเกาะเมืองอยุธยา ซึ่งเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดจอดรถบัสทัวร์และศูนย์รวมร้านค้าสินค้าของฝากแก่นักท่องเที่ยว

ว่าที่ ร.ต.พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ถือว่าประสบความสำเร็จในการโยกย้าย เพราะว่าเมื่อถึงกำหนดขีดเส้นตายวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ทุกร้านให้ความร่วมมืออย่างดี ซึ่งทางจังหวัดไม่นิ่งนอนใจในการให้ความช่วยเหลือ ด้วยการจัดหลากหลายกิจกรรมเข้าไปกระตุ้นยอดขาย กระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งการทุ่มงบประมาณ 10 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงพื้นที่ตลาดกรุงศรี กิจกรรมตลาดนัด ตลาดธงฟ้า สินค้าราคาถูก ลานศิลปวัฒนธรรม ศูนย์บริการท่องเที่ยว จุดเปลี่ยนของนักท่องเที่ยวไปขึ้นรถรางล้อยางฟรี และรถตุ๊กตุ๊กค่าโดยสารราคาถูกคนละ 5 บาท เพื่อไปชมโบราณสถานต่างๆ ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

“ส่วนประเด็นเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ค้าซึ่งบุกรุกบางส่วนรวมจำนวน 42 คน ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่าผู้บริหารจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวหามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นการเลือกปฏิบัติ โอยอ้างว่าด้วยมีการรื้อย้ายร้านค้าเฉพาะร้านค้าที่อ้างว่าบุกรุก แต่ในส่วนของร้านทรงไทยจำนวน 100 กว่าร้านค้า ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน กลับไม่มีการรื้อย้ายนั้น พบว่าศาลปกครองได้รับพิจารณา แต่อยู่ในขั้นตอนการสอบพยานและตรวจเอกสารเท่านั้น ยังไม่ให้อำนาจคุ้มครองคดีชั่วคราว ซึ่งทางจังหวัดและกรมศิลปากรชี้แจงต่อศาลไปว่า ร้านค้าทรงไทยเป็นร้านค้าที่ได้รับอนุญาตถูกต้องมานานแล้ว ไม่ได้บุกรุก แต่จะต้องมีการปรับปรุงรื้อส่วนต่อเติมต่อขยายและจัดทำภูมิทัศน์ให้สวยงามเช่นเดียวกัน หากดื้อดึงอาจถูกบอกเลิกสัญญาเช่นกัน และล่าสุดถึงขณะที่มีผู้ค้าจำนวน 9 ราย ได้ขอถอนฟ้องแล้ว คงเหลือร้านค้าที่ยื่นฟ้องเพียง 33 ราย และในจำนวน 33 รายนี้ ถึงวันนี้ได้ยอมรื้อย้ายร้านค้าเข้าตลาดแห่งใหม่แล้วด้วยเช่นกัน” ว่าที่ ร.ต.พิเชียนกล่าว


