หน้าแรก ในประเทศ นายกฯเปิดรถไฟ...

นายกฯเปิดรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว เผย’กทม.ใจดี กทม.มีตังค์ให้ขึ้นฟรีถึงปี 2560′

3.04.17 | 11:09 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 เมษายน ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสำโรง (E15) จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สำโรง โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (คค.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม. พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เข้ามาดำเนินงานติดตั้งระบบการเดินรถไฟฟ้า ประกอบด้วย ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมถึงระบบการสื่อสาร โดยได้เปิดทดลองเดินรถไฟฟ้าเสมือนจริง จำนวน 1 สถานี จากสถานีแบริ่ง-สถานีสำโรง เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงซักซ้อมการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยและให้บริการประชาชน ซึ่งในวันนี้ กทม.มีความพร้อมที่จะเปิดให้ประชาชนใช้บริการ โดยไม่เก็บค่าโดยสารไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว บรรเทาปัญหาการจราจร ในเขตบางนาและสมุทรปราการ ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งชุมชนที่พักอาศัยจำนวนมาก ทั้งนี้ กทม.จะสามารถเปิดให้บริการสถานีต่างๆ ตลอดเส้นทางเต็มระบบภายในปี 2561 ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่เชื่อมั่นและไว้วางใจให้ กทม.เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่องในเส้นทางเดียวกันด้วย

 

Advertisement

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ทุกคนทราบดีว่าต้องมีการปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่อย่างพื้นที่ใน กทม. ซึ่งทุกประเทศในโลกใบนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ส่วนกรุงเทพฯเป็นบ้านเมืองที่เก่าแก่ มีทั้งประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ และอีกส่วนได้เป็นประชากรแฝง ซึ่งประชาชนแฝงส่วนใหญ่ก็เข้ามาประกอบการค้าและอาชีพอิสระ ขณะที่พื้นที่เกษตรกรเดิมไม่สามารถทำได้มากนัก ทำให้ทางรัฐบาลต้องจำเป็นที่จะต้องให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ ตลอดจนจะต้องคำนึงถึงผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่ว่าก่อสร้างสิ่งเหล่านี้จะสร้างขึ้นมาเพื่อคนมีตังค์อย่างเดียว ซึ่งรัฐบาลจะต้องคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรในการแบ่งเบาภาระประชาชนได้บ้าง ขณะเดียวกันการก่อสร้างราคาสูง ซึ่งก็ได้กำชับให้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศให้มากที่สุด เพราะว่าประเทศไทยต้องมีการลงทุนที่เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการอื่นๆ ภายในประเทศ เช่น การก่อสร้าง ชิ้นส่วน รวมถึงวัสดุซ่อมต่างๆ และถ้าหากเป็นไปได้จะต้องคิดด้วยว่าจะทำอย่างไรให้ลดค่าก่อสร้างให้ได้มากที่สุดและต้องปลอดภัยกับประชาชน รวมถึงให้ประชาชนเข้าถึงการบริการด้วย ตอนนี้รัฐบาลกำลังเชื่อม กทม.กับเมืองบริวารคือ จ.สมุทรปราการ ซึ่งขณะนี้ก็ได้สำเร็จไปแล้วระยะหนึ่ง คือ ให้บริการประชาชนจำนวน 1 สถานี ส่วนที่เหลืออีก 9 สถานีรัฐบาลก็ต้องพยายามเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณ การออกแบบและวิธีการก่อสร้างด้วย

“อย่างที่ผู้ว่าฯกทม.บอกว่าขอบคุณที่รัฐบาลที่ไว้วางใจ ซึ่งผมอยากบอกว่าผมไม่ใช่เป็นคนไว้วางใจแต่ประชาชนเป็นคนไว้วางใจต่อท่าน อย่าให้รัฐบาลต้องบังคับว่านู้น บังคับนี่เพื่อจะต้องทำให้ได้ ผมไม่ต้องการเช่นนั้น แต่ผมต้องการให้บรรเทาประชาชนที่เดือดร้อน พร้อมอยากให้ทุกคนทำให้ประชาชนไว้วางใจและเกิดความเชื่อมั่น ไม่อยากให้เป็นข่าวตามทีวี หน้าหนังสือพิมพ์ ที่ทุกวัน ทั้งที่บางข่าวไม่ใช่เป็นความจริง ทว่าบางส่วนอาจจะมีข้อเท็จจริงอยู่บ้างก็พยายามกวดขันให้ได้มากที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า ทั้งนี้สิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญ นอกจากที่จะต้องพัฒนาเมืองใหญ่แล้วก็ต้องพัฒนาเมืองอื่นให้เป็นไปตามหลักสากลและความต้องการของประชาชนในประเทศด้วย ซึ่งก็ได้บรรจุสิ่งเหล่านี้ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12 ที่เราจะต้องมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน สู่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทย

จากนั้นนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่บริเวณชั้นจำหน่ายตั๋ว (ชั้น 2) สถานีสำโรง (E15) และชมนิทรรศการแสดงความเป็นมาของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ รวมถึงผลดำเนินการและความคืบหน้าการก่อสร้างตลอดโครงการฯ การติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ จากนั้นขึ้นไปยังชานชาลา (ชั้น 3) เพื่อทำพิธีเปิด อีกทั้งชมวิธีการควบคุมการเดินรถภายในห้องควบคุม โดยนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีสำโรง (E15) ไปยังสถานีแบริ่ง (E14) จำนวน 1 สถานีด้วย

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังเดินทางเพื่อขึ้นรถไฟฟ้า ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “กทม.ใจดี กทม.มีตังค์ให้ขึ้นฟรีถึงปี 2560 และถ้าให้ขึ้นฟรีแล้วก็ให้เข้าคิวขึ้นอย่างเป็นระเบียบจะได้ไม่รอคิวนาน” ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามไปยังผู้บริหาร กทม.ได้ผลสรุปว่า ทาง กทม.จะเปิดให้บริการประชาชนโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีสำโรง (E15) ไปยังสถานีแบริ่ง (E14) จำนวน 1 สถานี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดปี 2560

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ได้เชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีแบริ่ง ไปตามแนวเกาะกลางถนนสุขุมวิท จนถึงจุดสิ้นสุดโครงการฯ บริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง โดยครอบคลุมพื้นที่ 3 เทศบาลของ จ.สมุทรปราการ ได้แก่ เทศบาลสำโรงเหนือ เทศบาลนครสมุทรปราการ และเทศบาลบางปู ระยะทางรวม 13 กิโลเมตร มีจำนวน 9 สถานี ได้แก่ 1.สถานีสำโรง (E15) 2.สถานีปู่เจ้า (E16) 3.สถานีช้างเอราวัณ (E17) 4.สถานีโรงเรียนนายเรือ (E18) 5.สถานีปากน้ำ (E19) 6.สถานีศรีนครินทร์ (E20) 7.สถานีแพรกษา (E21) 8.สถานีสายลวด (E22) และ 9.สถานีเคหะฯ (E23) คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการสถานีต่างๆ ตลอดเส้นทางเต็มระบบภายในปี 2561 นอกจากนี้ ยังมีอาคารจอดแล้วจรบริเวณสถานีปลายทางสถานีเคหะฯ ริมถนนสุขุมวิท เนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ สามารถจอดรถได้ 1,200 คัน และมีศูนย์ซ่อมบำรุงตั้งอยู่บริเวณหลังสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง รวมพื้นที่ประมาณ 123 ไร่ ซึ่งมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 27,673 ล้านบาท แบ่งเป็นงานด้านงานโยธา โครงสร้างและงานระบบราง 21,085 ล้านบาท และงานด้านติดตั้งระบบเดินรถ 6,588 ล้านบาท