เมื่อวันที่ 3 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันที่ 118 อาทิ มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สถาบันพระปกเกล้าร่วมกับแพทยสภา รุ่นที่ 1-5 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท เค.พี.เอ็น. มอร์เตอร์คาร์ จำกัด บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด บริษัท ไทยบริสโตน จำกัด ห้างสรรพสินค้า ตั้งฮั่วเส็ง จำกัด บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สหพัฒนากระดาษ จำกัด บริษัท มาร์ซัน จำกัด บริษัท เซ็นเจอร์ จำกัด บริษัทฟูจิ อิเลคทริค แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าทรัสต์สตูดิโอ และครอบครัว เป็นต้น
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 2 เมษายน หลังสำนักพระราชวัง มีจำนวนทั้งสิ้น 28,626 คน รวม 151 วัน มี 5,815,493 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวม 151 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 477,608,373.01 บาท
น.ส.ลลิดา กองกรม อายุ 41 ปี ครูโรงเรียนบ้านทรายทอง จ.เชียงราย ที่เดินทางมาอบรมครูยุวกาชาด ที่กรุงเทพฯ จึงถือโอกาสเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ร่วมกับเพื่อนครูที่อบรมด้วยกัน กล่าวว่า แต่ละคนมาจากต่างถิ่นแล้วมาเจอกันโดยบังเอิญหลังจากลงทะเบียนช่วงเช้าเพื่อรออบรมช่วงสายก็พูดคุยกันแล้วชวนกันมาพระบรมมหาราชวัง โดยมีจุดหมายเดียวกันนั่นคือมาถวายความอาลัยในหลวง ร.9 ถือเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสมากราบพระบรมศพ รู้สึกทั้งตื่นเต้น ตื้นตัน และดีใจจนน้ำตาไหล
น.ส.นิตยา สิ่งของ อายุ 38 ปี ครูกลุ่มการงานอาชีพเทคโนโลยี โรงเรียนบรรพตวิทยา จ.เชียงราย กล่าวว่า ครอบครัวยากจนจบชั้น ม.6 แล้วไปเรียนเย็บผ้าที่โรงเรียนศูนย์สงเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้วไปทำงานโรงงานเย็บผ้า และเป็นผู้ช่วยพยาบาล ไหว้พระขอพรตลอดขอให้ได้ทำงานช่วยส่วนรวม วันเสาร์-อาทิตย์ก็อ่านหนังสือเพื่อเรียนต่อ จนสอบเป็นครูได้ ก็มีความคิดขอช่วยในหลวงร.9 ทำงาน สร้างคนให้เป็นคนดี คิดเสมอว่าถ้าบ้านเมืองเรามีคนดีมากๆ ในหลวงก็คงเหนื่อยน้อยลง คือถ้ามีคนดีมีศักยภาพเยอะๆ ก็สามารถมาช่วยกันทำงานพัฒนาชาติได้ และถ้าเรารู้จักพอเพียง พอประมาณ และมีเหตุผล ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดี พยายามนำแนวคิดนี้มาสอนนักเรียนเสมอ ชีวิตนี้ขอถวายตัวทำงานเพื่อพระองค์ ตอนเข้ากราบพระบรมศพก็อธิษฐานขอให้เสด็จสู่สรวงสวรรค์ไม่ต้องเป็นห่วงประชาชน ทุกคนจะทำความดีถวายพระองค์
น.ส.ศิรินภา ทัดไธสง อายุ 31 ปี ครูโรงเรียนโคกสะอาดวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า วางแผนว่าถ้าได้เข้ามากรุงเทพฯ จะเตรียมชุดมาเข้ากราบในหลวง ร.9 วันนี้ จึงตื่นตี 5 แล้วเดินทางจากย่านบางแคมาพระบรมมหาราชวัง ได้เข้ากราบตอน 8 โมงเช้า รักและศรัทธาพระองค์มาก เพราะทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องความเสียสละ ทำงานเพื่อคนอื่น คิดถึงตัวเองน้อยมาก

พล.อ.อ.สุรศักดิ์ โปร่งจันทึก อดีตเจ้ากรมการแพทย์ทหารอากาศ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่คณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ รุ่นที่ 1-5 ในนามสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแพทย์สภา ได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีมากที่ได้มารวมตัวกันเพื่อเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระองค์ เพราะหลักสูตรธรรมาภิบาลฯ เพิ่งจะมีเพียง 5 รุ่น และโอกาสที่จะรวมตัวกันได้ทั้งหมดนั้นคงไม่ง่ายนัก
“ผมเป็นอดีตเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ และอยู่ดูแลโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งชื่อโรงพยาบาลก็เป็นชื่อของพระองค์ ดังนั้น พวกเราจึงได้น้อมนำพระราชดำรัสและหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ทั้งเรื่องพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีภูมิต้านทาน หลักคุณธรรม การช่วยเหลือ ความมีน้ำใจ ซึ่งได้นำมาปรับใช้ในการทำงานและสามารถนำไปใช้ได้ในทุกเรื่องและทุกกิจกรรมเชิงศิลป์ โดยเฉพาะในหลักสูตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ก็ได้นำมาปรับใช้ในทางสายการแพทย์เยอะมาก” พล.อ.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

