หน้าแรก ในประเทศ พระสังฆราช ถว...

พระสังฆราช ถวายอนุโมทนา โอกาส ในหลวง โปรดรับโครงการพัฒนาพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์

9.05.25 | 15:10 น.

พระสังฆราช ถวายอนุโมทนา โอกาส ในหลวง โปรดรับโครงการพัฒนาพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดรับ “โครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา สืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย 100 ปีวันพระบรมราชสมภพ พุทธศักราช 2570“ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

บัดนี้ พุทธมณฑลชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ทั้งภูมิทัศน์ อุทยาน สิ่งปลูกสร้างทุกรายการ ถึงความเสื่อมถอยตามสมัย ทำให้วัตถุประสงค์ที่จะให้พุทธานุสรณียสถานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา ไม่อาจบรรลุผลได้อย่างเต็มที่ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึงมีพระดำริจะให้มีโครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา เพื่อการพุทธศาสนศึกษาและการเผยแผ่อย่างยั่งยืนเป็นการสืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย 100 ปีวันพระบรมราชสมภพที่จะเวียนมาบรรจบในพุทธศักราช 2570

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับ

Advertisement

“โครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา สืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย 100 ปีวันพระบรมราชสมภพ พุทธศักราช 2570” ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

นับเป็นศุภนิมิตแห่งความสำเร็จแห่งการฟื้นฟู บูรณะ อนุรักษ์ และพัฒนาพุทธมณฑล เป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชศรัทธาและพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 9 ให้ยั่งยืนสถาพรด้วยเดชะพระบารมีในรัชกาลปัจจุบัน ให้พุทธมณฑลเป็นศาสนสมบัติกลางซึ่งเป็นประจักษ์พยานแห่งสามัคคีธรรมของพุทธบริษัท และความเป็นเอกภาพของสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ สำแดงเอกลักษณ์อันรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัยสืบไปตลอดกาล

ขณะที่เพจ “สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช” โพสต์ข้อความระบุว่า

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายอนุโมทนาพระราชกุศลซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดรับ “โครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา สืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปีวันพระบรมราชสมภพ พุทธศักราช ๒๕๗๐“ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้แจ้งมหาเถรสมาคมทราบ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ถึงความในพระลิขิตสรุปว่า

เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปีวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพุทธศักราช ๒๕๗๐ ซึ่งเป็นปีที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จะทรงเจริญพระชนมายุ ๑๐๐ พรรษาด้วยนั้น ในนามคณะสงฆ์ ทรงรู้สึกรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ และพระราชศรัทธาปสาทะอันแรงกล้าในพระบวรพุทธศาสนา ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่การคณะสงฆ์ และกิจการพระพุทธศาสนามาโดยตลอดพระชนมชีพ ทรงดำรงพระราชสถานะอัครศาสนูปถัมภก พุทธมามกมหาราชาธิราช ทรงเป็นธรรมิกราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ สมควรที่จักได้เชิดชูพระเกียรติคุณให้ไพศาล และสืบสานพระบรมราชปณิธานให้สถาพรพัฒนาสืบไป

ทั้งนี้ ทรงพระอนุสรคำนึงถึงพุทธมณฑล ซึ่งเป็นงานในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดมาแต่ต้น นับแต่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๙๘ ซึ่งสังเกตได้ว่าเป็นวันสืบเนื่องจากวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ประหนึ่งเป็นการสื่อนัยแห่งพระราชประสงค์ ที่จะทรงส่งต่องานพุทธมณฑลนี้ ให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระรัชทายาทซึ่งจะเสด็จผ่านพิภพสืบสนองพระองค์ในภายหน้า

นอกจากนั้น ยังทรงเอาพระราชหฤทัยใส่พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยในการจัดสร้าง พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินพระราชทาน เพื่อให้พุทธมณฑลเป็น “ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา” ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และทรงเป็นประธานกิจกรรมต่างๆ เป็นเนืองนิตย์ แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ก็เคยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในการพระราชกุศลและพิธีต่างๆ หลายวาระ พระมหากรุณาธิคุณทั้งนี้ ย่อมเป็นประจักษ์พยานว่า พุทธมณฑลเป็นงานในพระบรมราชูปถัมภ์อย่างแท้จริง

อนึ่ง การจัดสร้างพุทธมณฑลตามดำริแรกเริ่มเพื่องานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เกิดปัญหาติดขัดชะงักงันไปนาน กระทั่งรัฐบาลในยุคพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ดำริรื้อฟื้นขึ้นใหม่ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ทันการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นสมัยที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ พระราชอุปัธยาจารย์ในรัชกาลปัจจุบัน และของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ปัจจุบัน ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงรำลึกถึงพระคุณูปการของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น ที่ทรงมีอย่างอเนกอนันต์ต่องานพุทธมณฑล ได้ประทานพระวินิจฉัย และทรงเป็นหลักชัยในการจัดสร้างในยุคฟื้นฟูโครงการ ให้สำเร็จบริบูรณ์ได้สมดั่งพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

บัดนี้ พุทธมณฑลชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ทั้งภูมิทัศน์ อุทยาน สิ่งปลูกสร้างทุกรายการ ถึงความเสื่อมถอยตามสมัย ทำให้วัตถุประสงค์ที่จะให้พุทธานุสรณียสถานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา ไม่อาจบรรลุผลได้อย่างเต็มที่ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึงมีพระดำริจะให้มีโครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา เพื่อการพุทธศาสนศึกษาและการเผยแผ่อย่างยั่งยืนเป็นการสืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปีวันพระบรมราชสมภพที่จะเวียนมาบรรจบในพุทธศักราช ๒๕๗๐

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับ

“โครงการพัฒนาพุทธมณฑล ศาสนสมบัติกลางของพระพุทธศาสนา สืบสานพระบรมราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมราชูปถัมภกแห่งงานพุทธมณฑล เนื่องในอภิลักขิตสมัย ๑๐๐ ปีวันพระบรมราชสมภพ พุทธศักราช ๒๕๗๐” ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

นับเป็นศุภนิมิตแห่งความสำเร็จแห่งการฟื้นฟู บูรณะ อนุรักษ์ และพัฒนาพุทธมณฑล เป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชศรัทธาและพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ ๙ ให้ยั่งยืนสถาพรด้วยเดชะพระบารมีในรัชกาลปัจจุบัน ให้พุทธมณฑลเป็นศาสนสมบัติกลางซึ่งเป็นประจักษ์พยานแห่งสามัคคีธรรมของพุทธบริษัท และความเป็นเอกภาพของสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ สำแดงเอกลักษณ์อันรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัยสืบไปตลอดกาล

 

 

ขอบคุณเพจ สำนักงานพุทธมณฑล
ขอบคุณเพจ สำนักงานพุทธมณฑล
ขอบคุณเพจ สำนักงานพุทธมณฑล