หน้าแรก ในประเทศ กทม.แถลงปิดภา...

กทม.แถลงปิดภารกิจค้นหา-รื้อซากตึก สตง. คืนพื้นที่ 15 พ.ค. ตร.-โยธาฯอายัดต่อ เก็บหลักฐานอีก

13.05.25 | 15:41 น.

กทม.นำแถลงปิดศูนย์บัญชาการเหตุอาคาร สตง.ถล่ม 15 พ.ค.นี้อย่างเป็นทางการ พร้อมส่งหนังสือ 3 ฉบับถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมรับไม้ต่อ หลังภารกิจจบสมบูรณ์แล้ว ขณะที่ ตร.-กรมโยธาฯ จ่ออายัดพื้นที่ เพื่อเก็บหลักฐานที่หลงเหลือเพิ่มเติม

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่กองอำนวยการร่วม สน.บางซื่อ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม., นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผอ.เขตจตุจักร, พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. และ น.ส.ฐิตาพรรณ ฉันทโชติ วิศวกรโยธาชำนาญการกรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกันแถลงปิดภารกิจค้นหาผู้สูญหายและรื้อถอนเศษซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่

นายชัชชาติกล่าวว่า กทม.ส่งหนังสือส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด 3 ฉบับ ฉบับที่ 1 ส่งไปที่หน่วยงานราชการและทหาร โดยฉบับที่ 1 นั้นส่งไปแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมกำลังพล ฉบับที่ 2 ส่งถึง สตง.ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ และฉบับที่ 3 ส่งไปถึงคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น ทั้งกรมโยธาธิการและผังเมือง พิสูจน์หลักฐาน เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อแจ้งให้ทุกหน่วยงานทราบว่าภายในวันที่ 15 พ.ค.2568 เวลา 16.00 น. กทม.จะส่งมอบพื้นที่คืนให้กับ สตง. ส่วนหลังจากแจ้งให้ทราบแล้วจะมีคำสั่งอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการต่อไป

นายชัชชาติกล่าวว่า ในส่วนของกรุงเทพมหานครหมดหน้าที่เพียงเท่านี้ แต่ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ หากใครต้องการความช่วยเหลือในประเด็นไหน เราสามารถให้ความช่วยเหลือได้ ส่วนเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาทำงานในภายในอาคาร สตง.ประมาณได้วันละ 1,100-1,200 คน

Advertisement

นอกจากนี้ นายชัชชาติกล่าวว่า ภารกิจในครั้งนี้เป็นภารกิจใหญ่ที่เราจะต้องร่วมมือกัน และชีวิตก็จะต้องก้าวเดินต่อไป และคิดว่าจะต้องเจอกันอีกอย่างแน่นอน เพราะจะต้องมีปัญหาให้เราแก้ต่อไป

รศ.ทวิดาเปิดเผยว่า ในส่วนของการลงทะเบียนของการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุแผ่นดินไหวจากประชาชนทั้ง 50 เขต มีทั้งหมดกว่า 40,000 เคส ที่เราปิดไปเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เป็นเรื่องของการขอค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน ส่วนที่เป็นค่าอื่นๆ มีเพียงหลักหน่วยเท่านั้น

ตอนนี้รวมมูลค่าเงินที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนอยู่ที่ 176 ล้านบาท ในส่วนการใช้น้ำมันในพื้นที่ต่ำสุดอยู่ที่ 3,000 ลิตรต่อวัน สูงสุดอยู่ที่ 6,000 กว่าลิตรต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำมันที่ใช้ในเครื่องรถเครนต่างๆ รวมแล้ววันนึงค่าน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท ก็ต้องนำตัวเลขนี้มาคูณ 50 วัน (10 ล้านบาท) แต่ยังมีรถบรรทุกที่เราใช้ขนย้ายเศษซาก และยังมีน้ำมันในลักษณะอื่น เช่น ไฮดรอลิก น้ำมันเบนซิน เครื่องปั่นไฟ ตอนนี้ยังไม่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้ แต่คาดว่าทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายสูง เพราะยังไม่นับรวมถึงมูลค่าความเสียหายของอุปกรณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตลอดเวลาทำงานยังมีค่าซ่อมบำรุงที่เราต้องซ่อมทุกวัน

เราได้ขอขยายความช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งได้มีการปรึกษากรมบัญชีกลางไปแล้ว ในเรื่องของการอุดหนุนค่าน้ำมัน แม้ว่าทางบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้สนับสนุนค่าน้ำมันมาตลอด แต่ในช่วงแรกก็มีบางหน่วยงานที่ต้องจัดการตัวเอง ทั้งในแง่ของการซ่อมบำรุงและน้ำมัน

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาปฏิบัติงานนั้น หากเป็นเจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกคนจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว แต่ในส่วนของเอกชนและอาสาสมัครกู้ภัยทุกคนที่มาช่วย หน่วยงานของเขาเป็นคนจ้างมา พวกเขามาช่วยด้วยใจ เราจึงทำเรื่องขอขยายวัตถุประสงค์การใช้เงินช่วยเหลือว่าจะสามารถช่วยค่าจ้างเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อาสามาได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าเขาจะมาด้วยใจ แต่ 50 วันที่ต้องมาปฏิบัติงานนั้นถือว่าเยอะมาก เขาต้องหยุดงาน และไม่ได้รับเงินเดือน

ในส่วนของผู้ประกอบการที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ประสบภัย ในช่วงแรกมีการปิดถนน เข้า-ออกไม่ได้ ทำให้ประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน ก็จะทำเรื่องขอขยายวัตถุประสงค์การใช้เงินช่วยเหลือไปด้วย

ขณะที่การอายัดพื้นที่หลังจากวันที่ 15 พฤษภาคม จะเป็นอำนาจของตำรวจ การเข้าพื้นที่ข้างในต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ซึ่งเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ จุดประสงค์ของการอายัดพื้นที่เนื่องจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นคณะทำงานที่นายกฯตั้งขึ้นมาเพื่อสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงยังมีความต้องการเก็บพยานหลักฐานบางอย่างอยู่

ด้าน พล.ต.ตวาทีกล่าวว่า ในส่วนของพิสูจน์หลักฐานกลางจะรับผิดชอบดูแลอยู่ 2 ส่วน คือศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ในส่วนนี้ได้พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลตั้งแต่วันแรก มียอดศพเข้ามา 89 ราย แบ่งเป็น 80 รายที่พบเป็นร่าง และ 9 รายที่เป็นชิ้นส่วน

โดยวันนี้มีการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้ว 86 ราย มีทั้งคนไทย เมียนมา กัมพูชา และลาว ส่วนเรื่องชิ้นส่วนมนุษย์ที่เหลือยังไม่สามารถเทียบกับใครได้ เพราะจากข้อมูลพบว่ามีญาติบางส่วนอยู่เมียนมายังไม่สามารถส่งเข้ามาเทียบกับศพได้ และอีกส่วนก็เป็นศพที่ยังไม่สามารถหาดีเอ็นเอได้ แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย เบื้องต้นมีประมาณ 3 ศพที่ยังเหลืออยู่

กรณีวัตถุพยานนั้น หลังจากมีการค้นหาศพและเก็บวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ ในระหว่างทาง ทุกโซนที่ กทม.กำหนด เราเก็บวัตถุพยานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนเหล็ก ชิ้นส่วนแท่งคอนกรีต และการสุ่มเก็บทั้งหมด เราทำงานร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ได้เข้าไปเก็บชิ้นส่วนทั้งหมด ซึ่งเก็บเหล็กไปทั้งหมด 366 เส้น แท่งคอนกรีต 237 แท่ง รวม 693 รายการ ที่เป็นตัวอย่างจากการเก็บตึกอาคารที่ถล่ม

ส่วนอาคารที่ไม่ได้ถล่ม เราเก็บแท่งคอนกรีตจากโถงทางเดิน, โถงลิฟต์, ปล่องลิฟต์, บันไดหนีไฟ เก็บแท่งปูน 41 ก้อน และบ่อลิฟต์อีก 40 ก้อน ซึ่งจากการประชุมเมื่อช่วงเช้า หลังจากมีการปิดศูนย์วันที่ 15 พฤษภาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะอายัดสถานที่ต่ออีก 2 แห่ง ทั้งอาคาร สตง.ที่ถล่มและกองซากปูนที่ไปกองไว้ด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจะมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมจากกรมโยธาธิการและผังเมืองในระยะเวลาที่กำหนด โดยในส่วนพื้นที่ สตง.จะอายัดไว้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม และบริเวณด้านหลังศาลเยาวชนฯจะอายัดไว้จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม

สำหรับญาติบางส่วนที่ยังรอศพอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยาขอแจ้งว่าไม่ต้องรอแล้ว เพราะหลังจากมีการพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จแล้วจะส่งข้อมูลให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ จะทำหน้าที่ประสานญาติไปเอง รวมถึง 14 ศพที่จะทยอยออก และอีก 3 ศพที่เหลือ

ด้าน น.ส.ฐิตาพรรณกล่าวถึงการเก็บหลักฐานว่า ส่วนแรกคือในส่วนของอาคาร สตง.ยังคงมีชิ้นส่วนบางชิ้นส่วนที่ยังคงสภาพจากการรื้อถอนอยู่ กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาแล้วว่าจะขอเก็บตัวอย่างเหล็กเส้น และคอนกรีตเพิ่มเติมอีก โดยจะมีชิ้นส่วนเสาและบ่อลิฟต์ที่มีเหลืออยู่

ส่วนที่เป็นกองเหล็กเส้นบริเวณหลังศาลเยาวชนฯจะมีกองเหล็กเส้นที่ใช้งานแล้ว และมีชิ้นส่วนตรงอาคารที่ย้ายเก็บไปจากตัวอาคาร สตง.ไปอยู่อีก 2-3 ชิ้นส่วน จะขอเก็บเหล็กเส้นและคอนกรีตเพิ่มเติมจากชิ้นส่วนตรงนั้นด้วย