กรมราชทัณฑ์เปิดศูนย์การเรียนรู้พัฒนาพฤตินิสัยแห่งใหม่ เป้าหมายพัฒนาผู้ต้องขังให้ออกไปเป็นคนมีคุณภาพในสังคม ด้านรองผู้ว่านนท์มั่นใจกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ รอต้อนรับนักท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ถนนราชพฤกษ์ กรมราชทัณฑ์ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานเปิดโครงการเปิดศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย ภายใต้กิจกรรม “The Best of Prisoner Products Gallery & Wonderful Scenery of Hub Poei @ Rim Nam Nont ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการเปิดโครงการนี้ เป็นการเปิดโครงการให้ผู้ต้องขังได้นำอาหาร เครื่องดื่มและงานฝีมือที่เป็นผลิตภัณฑ์ผลิตเองจากผู้ต้องขังให้ผู้ที่ร่วมงานได้เลือกซื้อ อาทิ เช่น ภาพงานฝีมือ เสื้อผ้า กระเป๋า จากทั้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำกลางนครปฐม ทัณฑสถานหญิงชลบุรี และเรือนจำกลางชลบุรี และยังมีการเยี่ยมชมการดำเนินกิจการของร้านหับเผย ที่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทางกรมราชทัณฑ์ นำมาใช้ฝึกอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อเป็นการเปิดโลกแห่งการพัฒนาพฤตินิสัย สร้างงาน และอาชีพ ให้ผู้ต้องขังได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมต่อไป
นายสหการณ์กล่าวว่า เห็นบรรยากาศวันนี้แล้วก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งว่า การเดินทางของกรมราชทัณฑ์ในการพัฒนาผู้ต้องขังให้พ้นโทษกลับไปเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคมอีกครั้ง ไม่ได้เดินเพียงหน่วยเดียว แต่ยังมีหน่วยงานอื่นร่วมงานกับเราในการพัฒนาผู้ต้องขังให้กลับไปเป็นคนคุณภาพในสังคมได้อีกครั้ง และสถานที่แห่งนี้มั่นใจว่าจะเป็นแรงจูงใจให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสและเข้าใจการพัฒนาคุณภาพของผู้ต้องขังที่กำลังจะพ้นโทษได้ออกไปมีชีวิตแบบมีคุณภาพได้ และการเปิดโครงการ ศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพฤตินิสัย ภายใต้กิจกรรม “The Best of Prisoner Products Gallery & Wonderful Scenery of Hub Poei @ Rim Nam Nont ” ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่จะแสดงให้เห็นถึงความหวังของผู้ที่กระทำผิดแล้วถูกจำคุกจำนวนมาก

นายสหการณ์กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์รับผู้ที่กระทำความผิดเข้ามาปีละ 300,000 คน และปล่อยออกไป 200,000 คน จึงเป็นปัญหาและความท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้คนที่กำลังจะพ้นโทษสามารถออกไปใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้อย่างไร ตนคิดว่าสิ่งที่ได้รับมอบหมายมา คือการควบคุมผู้กระทำความผิดทางอาญา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้บุคคลเหล่านั้นสามารถออกไปจากสถานที่คุมขังแบบมีคุณภาพด้วย และออกไปอย่างไม่เป็นภาระสังคม ซที่น่ายินดีก็คือก่อนหน้านี้มีหน่วยงานหลายหน่วยงานเข้ามาซัพพอร์ตราชทัณฑ์ จึงทำให้ตนรู้ว่าไม่ได้มีแค่กรมราชทัณฑ์เพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้นที่ต้องการจะทำให้ผู้ต้องขังออกไปอย่างมีคุณภาพ
ด้านน.ส.สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมป์ กล่าวว่า
สมาคมสตรีแห่งชาติส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้หญิงในสังคม รวมทั้งกลุ่มผู้ต้องขังหญิงที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ และคุณภาพชีวิตผู้หญิงในสังคมจนถึงปัจจุบันในมิติที่สร้างความเข้มแข็งทางคุณภาพชีวิตมากขึ้น ซึ่งโครงการนี้ที่กรมราชทัณฑ์เป็นผู้จัดจะส่งเสริมให้ผู้ต้องขังหญิงเมื่อพ้นโทษออกไปสามารถประกอบอาชีพได้อย่างหลากหลาย และสามารถอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ ตนและสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ รวมถึงสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกยินดีที่ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ในการคืนคนดีสู่สังคม และแสดงความยินดีที่ได้เข้าร่วมโครงการเปิดศูนย์การเรียนรู้ในครั้งนี้
ด้านนางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนนทบุรี และ รองโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ที่ได้รับความร่วมมือจากจากกรมพัฒนาพฤตินิสัย เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ให้สร้างโอกาสความรู้ให้กับบุคคลทั่วไป ที่สามารถหยิบยื่นโอกาสให้กลุ่มผู้ต้องขังสามารถก้าวไปอย่างมั่นคงภายหลังจากพ้นโทษ และพัฒนาความคิด จิตใจ ให้ผู้ต้องขังได้อยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และภูมิคุ้มกันภายหลังจากพ้นโทษ และการเปิดศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ยังเป็นการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ต้องขังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ต้องขังรายอื่นและบุคคลอื่นในสังคม และร้านหับเผยยังเป็นความภาคภูมิใจผู้ปฏิบัติงานในการพัฒนาผู้ต้องขังที่ใส่ใจในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นศูนย์ฝึกผู้ต้องขังทุกคนและให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจยอมรับ และให้โอกาสผู้ต้องขังทุกคนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีเมตตา และสถานที่เแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่พิสูจน์ตัวเองให้ผู้ต้องขังสามารถกลับไปเป็นประชาชนคุณภาพที่สังคมให้การยอมรับอีกครั้ง
ขณะที่นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้นอกจากจะแสดงผลิตภัณฑ์แล้วยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของผู้ต้องขังที่ผลิตออกมาได้สวยงามอีกด้วยหลายชิ้นถือว่าเป็นสิ่งของที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียวบนโลก และบรรยากาศบริเวณศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ยังมีความสวยงามเนื่องจากอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยามั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรีอย่างแน่นอน




















