หน้าแรก ในประเทศ สรรหาอธิการฯ ...

สรรหาอธิการฯ มสธ.ส่อวุ่น! แฉตัวเต็งใกล้ชิดพรรคการเมือง-ไร้ประสบการณ์-ไร้ทักษะอังกฤษ

4.04.17 | 14:05 น.

วันที่ 4 เมษายน 2560 แหล่งข่าวระดับสูงจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บุคลากร ในมหาวิทยาลัยได้เคลื่อนไหวเพื่อคัดค้าน การสรรหาอธิการบดีคนใหม่ เพื่อไม่ให้นายกสภามหาวิทยาลัย นำชื่อส่งกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมแชร์ข้อความในสังคมโซเชียล  9  ข้อกังขาต่อกระบวนการสรรหาอธิการบดี มสธ. ที่ประชาคมต้องรู้ ใครจะตอบ??? หลังจากกรรมการสรรหาอธิการบดีท่านหนึ่ง ได้ยื่นหนังสือนายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชโดยตั้งข้อสังเกตและข้อโต้แย้งในการสรรหาอธิการบดี หลังกรรมการสรรอธิการบดี มสธ.จัดประชุมเพื่อให้มีการลงคะแนนคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นอธิการ 2- 3 คน เพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัยคัดเลือกเหลือเพียง 1 คน โดยกระบวนการดังกล่าวมีการตั้งข้อสังเกตว่า การสรรหาที่ผ่านมาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจาก พ.ร.บ.สุโขทัยธรรมาธิราช  พ.ศ. 2521 มาตรา 20 วรรค 3 บัญญัติว่าการถอดถอนอธิบดีก่อนครบวาระต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงถอดถอน แต่ปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด จึงควรชะลอไว้ก่อน  หากดำเนินการต่อไปอาจทำให้การสรรหาเป็นโมฆะ

แหล่งข่าวระบุว่า สำหรับสาระสำคัญในหนังสือร้องเรียน ระบุว่า ผู้ที่ได้รับการสรรหาผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดนั้น ไม่ได้มีคุณสมบัติตามวรรค 2 ของข้อบังคับ มสธ.ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.2559 ตามข้อบังคับที่ 11 (3)ซึ่งผู้ที่ได้รับการสรรหาแม้ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง แต่ในข้อเท็จจริงได้ไปคลุกคลีกับพรรคการเมืองหนึ่งอย่างใกล้ชิดยาวนานกว่า 10 ปี จึงน่าจะมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ นอกจากนั้นผู้ได้รับคะแนนสูงสุดยังไม่เคยมีประสบการณ์เป็นผู้บริหารระดับสูงตามข้อ 12 (3)ไม่น่าจะมีวุฒิภาวะ และศักยภาพที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก และ ไม่อาจสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับมหาวิทยาลัยตามข้อ 12 (5)

 

“ สำหรับโครงการที่มีการอ้างถึงในการแสดงวิสัยทัศน์เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่เป็นโครงการคิดที่ริเริ่ม เพราะโครงการนี้เกิดมานานกว่า 20 ปี เพียงแต่ผู้ได้รับการคัดเลือกนำมาขยายผลผู้ได้รับการสรรหาที่มีคะแนนสูงสุดไม่มีทักษะด้านภาษาอังกฤษมากเพียงพอที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย จากข้อสังเกตข้างต้น ทำให้เห็นว่าน่าจะมีการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่ง และอาจตอบแทนด้วยผลประโยชน์ต่างๆ จะทำให้สถานะของมหาวิทยาลัยเลวร้ายไปกว่าเดิม หากสภามหาวิทยาลัยไม่ได้ใช้วิจารณญาณที่ดีเพียงพอ และ หากเกิดความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในการสรรอธิการบดีครั้งนี้ ก็จะทำให้มหาวิทยาลัยตกต่ำสู่วิกฤตมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ จึงขอให้นายกและกรรมการสภาทำหน้าที่ด้วยความชื่อตรง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง โปร่งใสให้เหตุผลด้วยความเป็นธรรม“ แหล่งข่าว ระบุ