เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงเหตุระเบิดรถไฟฟ้าใต้ดินกลางนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 50 คน ว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ตำรวจทุก สน. สภ. และตำรวจท่องเที่ยว คุมเข้มออกมาตรการความปลอดภัยสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งดูแลความปลอดภัยสถานทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทยอย่างเข้มงวด ขณะนี้ทางสถานทูตยังไม่ได้ร้องขอกำลังตำรวจเข้าไปรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม แต่เพื่อความไม่ประมาท เจ้าหน้าที่ต้องมีความเข้มงวด รวมทั้งการดูแลชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ในประเทศไทยมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.ภูเก็ต อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีมาตรการดูแลความปลอดภัยชาวต่างชาติอยู่แล้ว
รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า การข่าวในประเทศไทยยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความรุนแรง เพราะประเทศไทยไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุในประเทศรัสเซียนั้น ไม่ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงหรือกลุ่มใด แต่เจ้าหน้าที่จะไม่ประมาทในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปประเทศรัสเซีย ขอให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งให้ติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิด
“ให้ทุกกองบัญชาการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และจัดเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนหาข่าวบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาพักอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบ ให้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจตราในพื้นที่ย่านการค้า การคมนาคมและขนส่ง สถานที่สำคัญ สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเศรษฐกิจ หรือสถานที่ที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้ายอย่างเข้มข้น ให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณเส้นทางหลัก เส้นทางรอง เส้นทางสุ่มเสี่ยงต่อการใช้กระทำความผิด ตรวจค้นบุคคลยานพาหนะ เพื่อหาอาวุธ ระเบิด หรือสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ กองบัญชาการตำรวจสันติบาลดำเนินการหาข่าว รวบรวมข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่อาจเข้ามาก่อเหตุร้ายในประเทศ หากพบสิ่งบอกเหตุบุคคล หรือกลุ่มบุคคลต้องสงสัย หรือมีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงให้รายงานต่อรอง ผบ.ตร.(มค.) ผ่าน ศปก.ตร.ทราบทันที ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดตรวจตรา คัดกรองบุคคลที่จะเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร ตรวจสอบเอกสารการเดินทางอย่างเข้มข้น สังเกตพฤติกรรมบุคคลต้องสงสัย เพื่อป้องกันมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงได้ และให้กองบังคับการต่างประเทศตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หากมีความคืบหน้าให้รายงานให้ทราบโดยด่วน รวมทั้งให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบถึงผลกระทบและแนวทางการให้ความช่วยเหลือชาวไทยในต่างประเทศ ให้กองบังคับการสารนิเทศติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ประชาสัมพันธ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ประชาชนทราบและมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะได้แจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อพบสิ่งหรือเหตุผิดปกติต่างๆ” รอง ผบ.ตร.กล่าว

