เห็นเป็นข่าวขึ้นหน้า 1 อยู่เป็นประจำสำหรับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไม่ว่าจะเป็นการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปปราบปราม ยึด รื้อ เหล่าบรรดาบ้านพัก รีสอร์ต ที่สร้างผิดที่ผิดทางในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต้องใช้กำลังพลครั้งละจำนวนไม่น้อยเลย
แต่ใครจะรู้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น กรมป่าไม้เป็นองค์กรหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าประสบภาวะวิกฤตเรื่องจำนวนคนทำงาน โดยเฉพาะข้าราชการในระดับปฏิบัติงาน อย่างพนักงานป่าไม้ปฏิบัติงาน ที่ต้องประจำการอยู่หน่วยป้องกันและปราบปรามการบุกรุกและทำลายป่า (สงวน) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 500 หน่วยทั่วประเทศ
แต่ทว่า ที่ผ่านมากรมป่าไม้มีข้าราชการที่ต้องไปทำงานตรงนี้ไม่ถึง 400 คน ทำให้บางหน่วยไม่มีคนทำงาน หรือเจ้าหน้าที่บางคนทำงานควบเป็นหัวหน้าทีเดียว 2 หน่วยไปเลย ภาวะขาดแคลนบุคลากรเช่นนี้ มาจากการเหตุที่โรงเรียนป่าไม้แพร่ ปิดตัวเองลง
นักเรียนป่าไม้แพร่รุ่นสุดท้ายที่จบออกมาเวลานี้ อายุประมาณ 44-45 ปี ถือเป็นข้าราชการระดับกลางๆ เตรียมตัวไต่ระดับขึ้นไป ทำให้ข้าราชการระดับล่าง วัยหนุ่มสาวที่จะลงไปทำงานในพื้นที่จึงขาดแคลนและว่างเว้นมานาน เป็นที่มาของการเฟ้นหา ป่าไม้พันธุ์ใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
ชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้แจกแจงว่า คุณสมบัติของผู้ที่จะก้าวเข้ามาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้พันธุ์ใหม่ ในตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ปฏิบัติงานนั้น จะรับจำนวน 30 คน เปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 19 สิงหาคม
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องจบการศึกษาในระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. ในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ และผ่านการสอบภาค ก จาก ก.พ.มาแล้ว เมื่อผ่านข้อเขียนแล้ว ก็จะต้องทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ด้วยการวิ่งในระยะทาง 20 กิโลเมตร ภายในเวลา 3 ชั่วโมง ด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักสูตรเดิมของโรงเรียนป่าไม้แพร่ ระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมาหลังโรงเรียนป่าไม้แพร่ปิดตัวลง และนักเรียนป่าไม้แพร่ที่บรรจุเข้ามา ก็ทยอยเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ ขณะที่ตำแหน่งเดิมไม่มีคนเข้ามาทดแทน เป็นเหตุให้เกิดช่องว่างมากมาย หน่วยป้องกันของเรามีอยู่ 500 กว่าหน่วย มีข้าราชการที่ต้องทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยไม่ถึง 400 คน บางคนต้องขับรถไปมาข้ามเขต ข้ามจังหวัด เพื่อปฏิบัติงานควบคู่กันดูลำบากอย่างยิ่ง อธิบดีกรมป่าไม้เล่าถึงต้นเหตุ
ชลธิศ ยังบอกว่า สาเหตุที่ต้องเรียกบุคคลที่กำลังจะเข้ามาร่วมงานกับกรมป่าไม้ทั้ง 30 คน ว่า ป่าไม้พันธุ์ใหม่ เพราะที่ผ่านมา นอกเหนือจากนักเรียนโรงเรียนป่าไม้แพร่แล้ว ยังไม่เคยบรรจุใครเข้ามาในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ปฏิบัติงานมาก่อน อย่างไรก็ตาม ถือว่าสาขาเกษตร ในระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. พื้นฐานของหลักสูตรและ บุคลิกภาพ ใกล้เคียงกับโรงเรียนป่าไม้แพร่มากที่สุด เมื่อสอบเข้ามาได้แล้ว ทุกคนจะต้องเข้าอบรมเพิ่มเติม ในหลักสูตรเจ้าพนักงานป่าไม้ แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 1 เดือน และอบรมภาคสนามอีก 2 เดือน ทั้ง 2 หลักสูตรใกล้จะเสร็จแล้ว โดยนายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้จะเป็นคนเขียนหลักสูตรภาคทฤษฎี ส่วนภาคปฏิบัตินั้นนายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กับนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการส่วนกิจการพิเศษ เป็นคนดูแลและฝึก อบรมเอง
ด้าน ชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ผู้ที่จะทำหน้าที่ฝึกปฏิบัติการภาคสนามแก่นักเรียนป่าไม้พันธุ์ใหม่ทั้งหมด เผยว่า หลักสูตรภาคปฏิบัติที่จะต้องเน้นสำหรับนักเรียนป่าไม้พันธุ์ใหม่ ในระยะเวลา 2 เดือน คือการปลูกฝังจิตวิญญาณ รักชาติ รักแผ่นดิน และความเสียสละ เราถือว่า ทั้ง 30 คนที่สอบเข้ามาได้นั้นเป็นคนเก่งที่ถูกคัดมาแล้วจากทั่วประเทศ เพราะเขาทั้งหมดผ่านข้อสอบภาค ก ของ ก.พ.มาแล้ว ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายด้วยการวิ่ง 20 กม. ภายในระยะเวลา 3 ชม. นี่ถือว่าไม่ธรรมดา แต่เหนือสิ่งอื่นใด คนเก่งเหล่านี้ต้องมีจิตวิญญาณรักชาติ รักแผ่นดิน และต้องเป็นคนกล้าหาญ
หลักสูตรภาคสนามนั้นจะสลับกัน ระหว่างการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติจริง การเรียนรู้นั้นจะเน้นเรื่องกฎหมาย การใช้แผนที่ ภาคปฏิบัติก็จะเป็นวิธีการตรวจจับ การเดินป่า การฝึกความอดทน ในสถานการณ์ที่ได้รับความกดดันต่างๆ เมื่อต้องไปปฏิบัติงานภาคสนาม ระยะเวลาเพียง 2 เดือน สำหรับการเรียนรู้ของคนเหล่านี้นั้น ไม่พอแน่ๆ เพราะการเรียนรู้สำหรับการทำงานนั้นย่อมมีเวลาไม่สิ้นสุด ดังนั้นผมและครูฝึกทุกคนก็จะเป็นพี่เลี้ยงดูแลกันตลอดไป แลกเปลี่ยน ปรึกษากัน หารือผ่านระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีอยู่ตลอดไป
เมื่อซักว่า กังวลหรือไม่ถ้าคนที่สอบเข้ามาได้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จะเป็นอุปสรรคสำหรับการออกไปปฏิบัติงาน หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรบอกว่า ไม่กังวล เพราะผู้ที่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกาย อย่างการวิ่ง 20 กม. ภายในเวลา 3 ชม. ถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งแล้วในระดับหนึ่ง บวกกับการฝึกเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้น มั่นใจว่า ทุกคนไปปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นผู้หญิง ในระยะแรกอาจจะต้องอยู่ประจำสำนักงานไปก่อน หรือทำงานสนับสนุน เช่น งานด้านไอที หรือเรื่องของการตรวจสอบแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม เป็นต้น ชีวะภาพสรุป
ขณะที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ ทส. ให้นโยบายไว้ว่า นอกเหนือจากกรมป่าไม้แล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเองก็มีตำแหน่งพนักงานป่าไม้ปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะมีหน้าที่ทำอะไรภายในหน่วยงานนั้นๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งกรมอุทยานฯ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คือ การขาดแคลนบุคลากรระดับนี้เช่นเดียวกัน ในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดรับเจ้าพนักงานป่าไม้พันธุ์ใหม่ ใน 2 หน่วยงานนี้ด้วยเช่นเดียวกัน หวังว่า 30 พนักงานป่าไม้พันธุ์ใหม่ จะช่วยพิทักษ์ป่าไม้ให้ดียิ่งขึ้น

