เมื่อวันที่ 5 เมษายน หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่ โดยเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายจราจร ซึ่งในวันนี้เป็นวันบังคับใช้เป็นวันแรก
พ.ต.อ.อภิชาต โกมุติกานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิเศษชัยชาญ จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ออกตั้งด่านตรวจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทุกชนิด ตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งตักเตือนผู้ใช้รถ และผู้ที่ร่วมเดินทางที่กระทำผิดกฎหมายให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และยังเป็นการรณรงค์ให้ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง โดยการตั้งด่านตรวจจะเน้นในเรื่องของการคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารทั้งหมดภายในรถยนต์ทุกชนิด รถตู้โดยสารสาธารณะ และรถบัสรับส่งพนักงาน ตลอดจนการดื่มสุราขณะขับรถ และผู้ที่โดยสารภายในแค็บ ซึ่งผิดกฎหมายจราจร
ด้าน นางอัมพร เพ็ญสูตร อายุ 46 ปี ชาวสุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ไม่ให้ผู้โดยสารนั่งในแค็บของรถยนต์กระบะ และหลังรถกระบะ เพราะผิดกฎหมายใช้รถยนต์ผิดประเภท ทำให้ครอบครัวของตนเองที่มีทั้งลูก และหลาน จะต้องเดินทางลำบาก ถ้ากฎหมายบังคับให้รถกระบะที่จดทะเบียนบรรทุก และรถกระบะที่มีแค็บห้ามผู้โดยสารนั่ง ส่วนกระบะหลังก็นั่งไม่ได้ จะให้นั่งบนฝากระโปรงหรือหลังคารถกระบะกันดี ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตนเองและครอบครัวจะต้องเดินทางกลับไปที่บ้านของสามีที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่รู้ว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับหรือเปล่า
ด้าน นายพนม ด้วงละม้าย อายุ 44 ปี อยู่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ต้องเดินทางไปรับเหมาก่อสร้างตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง จึงได้ออกรถกระบะเพื่อเอาไว้บรรทุกวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง เครื่องมือ และคนงาน เมื่อมีการออกกฎหมายออกมาแบบนี้ ทำให้ตนเองได้รับความเดือดร้อน หากตนเองจะต้องขายรถคันเก่าที่พึ่งจะซื้อมาใหม่ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ เพื่อที่จะไปซื้อรถคันใหม่มาทำมาหากินก็จะทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นมาอีก หากใช้รถกระบะคันเก่าเวลาเดินทางไปไหนมาไหนก็คงจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตามกฎหมายอย่างแน่นอน

