ช่างเบิร์ด กลุ่มผู้รับเหมาช่วง ได้รับเงินค่าจ้างก้อนแรกตึก สตง. จากบริษัท ไชน่า เรลเวย์-อิตาเลียนไทย เหลือยอดค้างอีก 4 ล้าน อยู่ระหว่างบริษัท ก้าวพีเค ไปหาข้อสรุป ก่อนนัดเจรจาอีกครั้ง 11 มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายฐิติพงศ์ โพธิพรหม หรือ “ช่างเบิร์ด” เจ้าของบริษัท บีแอล จำกัด และตัวแทนกลุ่มผู้รับเหมาช่วง พร้อมด้วยนายอาทิตย์ ว่องวสุสมวงศ์ ทนายความส่วนตัว เดินทางมาที่กระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อรับเงินค่าจ้างทำงานตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ หรือ สตง. หลังมีปัญหาถูกเบี้ยวเงินมานานกว่า 1 ปี โดยเงินงวดแรกที่ทางบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จะจ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วง 22 เจ้า ได้ข้อสรุปตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 บริษัท จะหักเงิน 5% เป็นเงินประกันผลงานของบริษัท ก้าวพีเค จำกัด จะนำมาเฉลี่ยจ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วงทั้งหมดที่มีเอกสารยืนยันยอมรับสภาพหนี้ ยอดแรก เป็นจำนวนเงิน 5,542,529.74 บาท จากเดิมยอดเต็มทั้งหมด 9,624,786.92 บาท โดยมีกำหนดจะจ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วงในวันนี้

ช่างเบิร์ด เปิดเผยก่อนรับเงินว่า หลังจากได้คุยกับทั้ง 2 บริษัทแล้วก่อนหน้านี้ เขาสัญญาจะจ่ายเงินก้อนแรกให้ในวันนี้ ก่อนจะขอไปพูดคุยเป็นการภายในระหว่าง 3 บริษัท ถึงข้อสรุปการจ่ายเงินยอดที่เหลือ คือ 4,082,257.18 บาท ซึ่งเท่าที่ทราบ เขาน่าจะยังเคลียร์กันไม่จบ แต่อย่างไรก็ตามต้องรอฟังเขาก่อนในวันนี้ ว่าจะได้ข้อสรุปออกมาเป็นอย่างไร ส่วนตัวยังไม่รู้รายละเอียด คงต้องไปพูดคุยกันในที่ประชุม ส่วนผู้รับเหมาช่วง 22 เจ้า ที่เขาให้สัญญา และรับสภาพหนี้ไว้ วันนี้เดินทางมาครบ เพราะว่าถ้ารับเงินไปแล้ว เขาจะให้เราเซ็นรับทราบ เพราะเขากลัวว่าถ้ารับเงินไปแล้ว ก็คงกลัวว่าพวกเราจะมาเรียกร้องอะไรอีก จึงให้เจ้าของที่สามารถรับเงินได้ มาเป็นตัวแทนรับเงิน เบื้องต้นตั้งแต่วันที่ได้ข้อสรุปจนถึงวันนี้ ยังไม่มีใครได้รับเงินไปเลยสักเจ้า คาดว่าคงจะได้รับในวันนี้ทีเดียว ส่วนยอดที่จะได้แต่ละเจ้า เชื่อว่าน่าจะได้เกิน 50% และมั่นใจว่าเขาจะจ่ายเป็นเงินโอนเข้าบัญชีของผู้รับเหมาช่วงโดยตรง

ช่างเบิร์ด กล่าวอีกว่า ตัวเองอยากได้เงินเป็นก้อน แม้เงินก้อนแรกที่ได้มา จะได้มาครึ่งเดียว แต่ก็ต้องรับเอาไว้ก่อนส่วนยอดเงินที่เหลืออีก 4,082,257.18 บาท อยู่ระหว่างหาข้อสรุป ว่าทางบริษัท ก้าวพีเค จะทยอยจ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วงอย่างไรต่อไป เพราะทางบริษัท ไชน่า และบริษัท อิตาเลียนไทย บอกแล้วว่าถ้าจบจ่ายเงินเงินก้อนนี้ไปแล้ว งวดที่เหลือต้องเป็นหน้าที่ของบริษัท ก้าวพีเค ที่จะเป็นเจ้าภาพ ส่วนตัวยอมรับว่าไม่ได้มั่นใจบริษัทนี้เท่าไหร่ เพราะถ้าเขาจะจ่ายจริง ตัวเองทำงานมาเป็นปี เขาคงจ่ายพวกเรามานานแล้ว เขาได้เงินไป ก็ไม่รู้ว่าเขาเอาเงินไปไว้ที่ไหน เงินไม่มาถึงพวกเรา ไม่งั้น เขาคงไม่มาติดหนี้พวกเราขนาดนี้ และไม่ใช่แค่เจ้าเดียว ติดเป็น 20 กว่าเจ้า และยังมีบางเจ้าที่ยังไม่ได้เซ็นรับสภาพหนี้อีกหลายเจ้าด้วย

ด้านนายอาทิตย์ ทนายความ กล่าวว่า ในส่วนของเงินส่วนที่เหลือ ต้องรอข้อสรุปว่า บริษัท ก้าวพีเค จะดำเนินการอย่างไร หรือเอาเงินส่วนไหนมาให้ และจะทยอยจ่ายอย่างไร หรือต้องรอเงินในส่วนของแบงก์ที่ต้องการันตี ซึ่งเป็นเงินที่ค้ำประกันไว้ ทุกอย่างต้องรอข้อสรุปว่าสุดท้ายแล้ว บริษัท ก้าวพีเค จะรับผิดชอบอย่างไร

ต่อมาเวลา 14.00 น. ภายหลังจากกลุ่มผู้รับเหมาช่วง รวม 22 เจ้า ได้ใช้เวลาในการพูดคุยกับตัวแทนของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10(ประเทศไทย) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ก้าวพีเค จำกัด พร้อมทำการจ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับเหมาช่วงทุกราย หลังเข้าไปทำงานติดตั้งระบบต่างๆ ในโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ หรือ สตง. ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้เข้าร่วมเป็นพยานในการจ่ายเงินวันนี้ นานกว่า 4 ชั่วโมงด้วย

ช่างเบิร์ด กล่าวว่า สำหรับเงินงวดแรกในวันนี้ ที่ทางบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ และบริษัท อิตาเลียนไทย นำมาจ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วงทั้งหมด 22 เจ้า เป็นเงินที่ทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว หักเงิน 5% ซึ่งเป็นเงินประกันผลงานของบริษัท ก้าวพีเค ก่อนนำมาเฉลี่ยจ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วงที่มีเอกสารยืนยันรับสภาพหนี้ โดยยอดเงิน คือ 5,542,529.74 บาท จ่ายครบแล้ว จากยอดเต็มทั้งหมด คือ 9,624,786.92 บาท คงเหลือยอดที่ยังค้างอยู่ จำนวนเงิน 4,082,257.18 บาท ส่วนวันนี้เงินก้อนแรกที่นัดจ่าย ผลปรากฎว่าผู้รับเหมาช่วงทุกราย ได้รับเงินค่าจ้างที่ค้างชำระแล้วทั้งหมด ทุกเจ้าได้เงินคืนประมาณครึ่งนึงจากยอดเต็ม มีเพียงประมาณ 2-3 เจ้า ยอดไม่ถึง 100,000 บาท ที่ได้เต็มจำนวน โดยส่วนตัวเป็นเจ้าที่ยอดเงินค้างชำระสูงสุด แต่วันนี้ได้เงินแล้ว มีเงินเข้าบัญชี 2 บัญชี ยอด 1,725,283.28 บาท และในนามบริษัท บีแอล รุ่งเรืองทรัพย์ จำกัด คือ ยอด 364,874.16 บาท คงเหลือค้างอยู่ 1,642,266.56 บาท
เมื่อถามถึงความรู้สึกในวันนี้ที่ได้เงินก้อนมานั้น ช่างเบิร์ด กล่าวว่า ดีใจที่จะได้นำไปใช้จ่ายงวดบ้าน และรถที่ค้างอยู่ วันนี้ก็ถือว่าเป็นไทไปได้ในระดับหนึ่ง ด้วยระยะเวลาที่ยืดเยื้อมานานปีกว่าๆ ที่ผ่านมาต้องไปกู้หนี้ยืมสินญาติพี่น้อง วันนี้ก็จะเอาไปใช้คืนให้หมด แต่ยอมรับว่ายังไม่ถึงขั้นยกภูเขาออกจากอก เพราะยังเหลือยอดเงินที่ค้างชำระอยู่อีกครึ่งหนึ่ง และไม่รู้ว่าจะสรุปกันได้หรือไม่ รวมไปถึงถ้าต้องมีการผ่อนจ่าย ตัวเองก็ยังไม่โอเค เพราะรู้สึกไม่มั่นใจในบริษัท ก้าวพีเค ที่ผ่านมาทางบริษัทพูดแล้วทำไม่เคยได้ และไม่รู้ว่าทางบริษัทมีเงินหรือไม่ ตลอดการคุยกันเขาก็รับปากอะไรเราไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ได้ให้คำมั่นว่าถ้าบริษัทไม่มีเงินมาจ่ายให้ จะบังคับฟ้อง พร้อมยึดทรัพย์สินไปขายทอดตลาด และจะนำเงินมาจ่ายให้กับพวกเรา หลังจากนี้เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะนัดพูดคุยระหว่างผู้รับเหมาช่วง และบริษัท ก้าวพีเค อีกครั้งในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งจะเป็นการนัดไกล่เกลี่ย หาแนวทาง เพื่อหาข้อสรุปว่าจะสามารถจ่ายเงินยอดที่เหลือได้อย่างไร ซึ่งทางบริษัท ก้าวพีเค ขอเวลาไปพูดคุยกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ และบริษัท อิตาเลียนไทย ก่อน เพราะตัวเลขที่ไปพูดคุยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ทราบว่ายังตกลงกันไม่ได้ จึงขอเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์
ช่างเบิร์ด กล่าวอีกว่า ฝากไปถึงผู้ว่าฯ สตง. และทั้ง สตง. อีกครั้งว่า “จนถึงทุกวันนี้ พวกคุณทั้ง สตง. ยังไม่ออกรับผิดชอบอะไรเลย แล้วสิ่งที่พวกคุณออกมาบอกว่า พวกคุณไปขอโทษแต่ละศพ หนึ่งในนั้นก็มีญาติของผม เขายืนยันว่าไม่เคยได้รับคำขอโทษ แล้วการเยียวยาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ครึ่งเหมือนกับหน่วยงานอื่น อนาคตวันข้างหน้าอยากถามว่า คุณกล้าไปตรวจสอบใครหรือไม่ ขนาดบ้านของคุณ ตึกของคุณที่สร้างมากับมือ คุณยังทำมันพังเลย แล้วต่อไปคุณจะไปตรวจสอบใครได้ คุณไม่อายคนอื่นเหรอ”

