หน้าแรก ในประเทศ ตำรวจท่องเที่...

ตำรวจท่องเที่ยว สร้างความมั่นใจ ใช้ AI จับคนร้ายล้วงกระเป๋าแล้วกว่า 180 ราย

30.05.25 | 15:54 น.

ตำรวจท่องเที่ยวสร้างความมั่นใจ ใช้ AI จับคนร้าย

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุม พล.ต.ท.ศักย์ศิรา นำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ดังนี้ 1. การจัดตั้งศูนย์ ศปทท.ตร. (TSOC) บูรณาการร่วมกับตำรวจทั่วประเทศ 2. Thailand Tourist Police Application และสายด่วน 1155 ให้บริการ 24 ชั่วโมง 3. ใช้กล้อง AI และรถโมบายเคลื่อนที่ จับกุมบุคคลตามหมายจับได้แล้ว 184 ราย 4. ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลเพื่อติดตามสถานการณ์และเหตุที่เกิดกับนักท่องเที่ยว และ 5.การประสานงานสถานทูตและอบรมอาสาสมัคร ตร.ท่องเที่ยว

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เปิดเผย ว่า จากนโยบายและข้อสั่งการ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาปรับใช้กับการปฏิบัติหน้าของข้าราชการตำรวจทุกหน่วย เพื่อความรวดเร็วในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในยุคปัจจุบัน ตำรวจท่องเที่ยวเริ่มนำเทคโนโลยีกล้อง AI ที่เชื่อมต่อข้อมูลบุคคลตามหมายจับกับฐานข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาติดตั้งในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อคัดกรองบุคคลที่เคยกระทำความผิดและมีหมายจับ รวมถึงบุคคลกลุ่มเสี่ยง ป้องกันไม่ให้เข้ามาก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ อันเป็นการสร้างแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

โดยเริ่มนำระบบกล้อง AI มาใช้ในเดือนกรกฎาคม 2567 ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับรายแรกได้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 และจนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมได้แล้วรวม 180 ราย ประกอบด้วย ชลบุรี ( เมืองพัทยา ) 102 ราย , เชียงใหม่ 54 ราย , นครราชสีมา 21 ราย และ สมุทรปราการ( สนามบินสุวรรณภูมิ ) 3 ราย

Advertisement

นอกจากนี้ยังนำข้อมูลบุคคลกลุ่มเสี่ยง ที่มีพฤติกรรมเป็นกลุ่มแก๊ง หรือเคยการกระทำความผิดในแหล่งท่องเที่ยว เช่น แก๊งล้วงกระเป๋าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แก๊งแลกเงิน เป็นต้น จำนวนกว่า 600 ราย ลงไว้ในฐานข้อมูล หากบุคคลกลุ่มนี้เข้ามาในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญระบบจะแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อจะเฝ้าระวัง ตรวจสอบ ติดตามดูพฤติกรรม อันเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลกลุ่มนี้เข้ามาก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้จะขยายการติดตั้งระบบกล้อง AI ดังกล่าวให้ครอบคลุมพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยต่อไป