หน้าแรก ในประเทศ เรือเมียนมา น...

เรือเมียนมา น้ำมันรั่ว หมู่เกาะสุรินทร์ กระทบปะการัง กองทัพเรือระดมกำลัง ขจัดคราบน้ำมัน

4.06.25 | 12:58 น.

ผู้บัญชาการทัพเรือ สั่งเตรียมพร้อม รับสถานการณ์น้ำมันรั่วจากเรือ MV.AYAR LINN เกยตื้นที่ อ่าวจาก หมู่เกาะสุรินทร์ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล แนวปะการัง และชายหาด


เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เรือ MV.AYAR LINN สัญชาติเมียนมา เกยตื้นที่อ่าวจาก หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เมื่อ 1 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา ซึ่งในเรือยังคงมีน้ำมันดีเซลอยู่อีกจำนวนประมาณ 7,700 ลิตร (อยู่ในขั้นเฝ้าระวัง Oil Spill Recovery ระดับ Tier 1 ไม่เกิน 20 กิโลลิตร) แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวสมบูรณ์ไปด้วยปะการังนานาชนิด

พลเรือโท สุวัจ ดอนสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 สั่งการให้ ร.ล.ปันหยี เตรียมความพร้อม 100% เตรียมความพร้อมอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมันประจำเรือ (Boom:ทุ่นล้อมน้ำมัน, Skimmer:ชุดดูดคราบน้ำมัน, Tank:ถังเก็บกักน้ำมัน) สนับสนุนภารกิจขนถ่ายน้ำมันออกจากเรือที่เกยตื้น และสนับสนุนการกู้เรือให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มิให้เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล สร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล แนวปะการัง และชายหาด

โดย ร.ล.ปันหยี เป็นเรือลากจูงขนาดกลาง ระวางขับน้ำ 490 ตัน มีขีดความสามารถในการลากจูงและผลักดันเรือในพื้นที่ท่าเรือ ลากจูงเรือในทะเล ลากเรืออับปาง เรือเสียในทะเล และมีระบบขจัดคราบน้ำมันที่สามารถปฏิบัติการได้ในบริเวณท่าเรือและในทะเล

Advertisement

หน่วยรักษาความปลอดภัยกองทัพเรือ หมู่เกาะสุรินทร์ (นรภ.ทร.เกาะสุรินทร์) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ได้ทำการดำน้ำสำรวจท่อทางน้ำมันภายในเรือ และดำเนินการปิดท่อทางน้ำมันทั้งหมดภายในเรือ ป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันสู่ท้องทะเลสร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อม แนวปะการัง และกระทบต่อชายหาด

ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดพังงา (ศคท.จว.พังงา) ประสานขอรับการสนับสนุน บูมหรือทุ่นล้อมน้ำมันเพิ่มเติม จากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาพังงา (สนง.จภ.5 พังงา) มาใช้งานเพิ่มเติมร่วมกับ บูมของ ร.ล.ปันหยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดคราบน้ำมัน

ในส่วนของความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และแนวปะการัง ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ได้ทำการดำน้ำสำรวจความเสียหายแล้วประมาณการว่า เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและแนวปะการังเป็นพื้นที่ประมาณ 150 ตารางเมตร ตามแนวที่เรือได้วิ่งเข้าเกยหาด สร้างความเสียหายเป็นแนวยาวประมาณ 75 เมตร ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป